John Templeton คือใคร?
John Templeton คือ นักลงทุนและนักธุรกิจระดับตำนานที่มีแนวคิดการลงทุนแบบ “contrarian” อันโดดเด่น เขามองเห็นโอกาสในวิกฤต และกล้าลงทุนในช่วงเวลาที่คนอื่นกลัว จนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ เทมเพิลตันยังเป็นนักบริจาคและนักปรัชญาที่สนใจเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนา จนได้รับการยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของ John Templeton
- สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและสงคราม
- ก่อตั้งกองทุน Templeton Growth Fund ในปี 1954 ซึ่งสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 15% ต่อปีเป็นเวลา 38 ปี
- เป็นผู้บุกเบิกการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ในช่วงทศวรรษ 1960
- ได้รับการแต่งตั้งเป็นเซอร์ (Knight Bachelor) โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ในปี 1987
- แนวคิดการลงทุนแบบ “Contrarian” ที่กล้าลงทุนในช่วงที่ตลาดตกต่ำ
- การก่อตั้งรางวัล Templeton Prize เพื่อส่งเสริมการค้นคว้าด้านวิทยาศาสตร์และศาสนา
- การเป็นผู้สนับสนุนแนวคิดที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนา
- การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จและเป็นนักบริจาคในเวลาเดียวกัน

ทำไมเรื่องราวของ John Templeton ถึงน่าสนใจ
- แสดงให้เห็นถึงความกล้าและวิสัยทัศน์ในการลงทุนที่แตกต่างจากคนทั่วไป
- เป็นตัวอย่างของการประสบความสำเร็จทางธุรกิจควบคู่ไปกับการทำประโยชน์เพื่อสังคม
จุดเริ่มต้น
จอห์น เทมเพิลตันเกิดและเติบโตในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความสามารถ เขาสามารถเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างเยลและออกซ์ฟอร์ด ประสบการณ์ชีวิตในช่วงวัยเด็กและการศึกษาได้หล่อหลอมให้เขามีแนวคิดที่แตกต่างและมองเห็นโอกาสในวิกฤต ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในชีวิตและการลงทุนของเขาในเวลาต่อมา

ประวัติโดยย่อ
ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อ: เซอร์ จอห์น มาร์กส์ เทมเพิลตัน (Sir John Marks Templeton)
- ฉายา:
- “นักลงทุนระดับตำนาน”
- “นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษ” (ตามการยกย่องของนิตยสาร Money)
- “นักลงทุนแนว Contrarian”
- ตำแหน่ง:
- นักลงทุน
- ผู้จัดการกองทุน
- นักธุรกิจ
- นักบริจาค
- ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ John Templeton Foundation
ครอบครัว
- เกิด เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 1912 ที่เมืองวินเชสเตอร์ รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา
- พ่อชื่อ Harvey Maxwell Templeton เป็นทนายความและนักธุรกิจ
- แม่ชื่อ Vella Mae Handly เป็นแม่บ้าน
- เป็นลูกคนโตในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 2 คน
- ครอบครัวมีฐานะปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวย
- เติบโตในช่วงเวลาที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression)
การศึกษา
- เรียนจบมัธยมปลายจาก Winchester Central High School ด้วยคะแนนเป็นอันดับหนึ่งของชั้น
- ได้ทุนเรียนที่มหาวิทยาลัยเยล จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 1934 ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
- ได้รับทุน Rhodes Scholarship เพื่อไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ
- จบการศึกษาระดับปริญญาโทสาขากฎหมายจาก Balliol College, Oxford University ในปี 1936
- ระหว่างเรียนที่เยล หาเงินค่าเล่าเรียนด้วยการเล่นโป๊กเกอร์
จุดเริ่มต้นอาชีพ

- เริ่มทำงานในวอลล์สตรีทในปี 1937 ที่บริษัท Fenner & Beane
- ในปี 1939 กู้เงินมา 10,000 ดอลลาร์เพื่อซื้อหุ้นทุกตัวในตลาดนิวยอร์กที่มีราคาต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ต่อหุ้น
- ซื้อหุ้นได้ทั้งหมด 104 บริษัท โดย 34 บริษัทกำลังจะล้มละลาย
- หลังจาก 4 ปี ได้กำไรจากการลงทุนครั้งนี้ถึง 400%
- ในปี 1940 ซื้อบริษัทหลักทรัพย์เล็กๆ ชื่อ Standish, Ayer & McKay ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจการลงทุนของเขา
แรงบันดาลใจและเป้าหมายชีวิต

อะไรเป็นแรงผลักดัน
- ประสบการณ์ยากลำบากในวัยเด็กช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) ทำให้เห็นคุณค่าของการประหยัดและการลงทุนอย่างชาญฉลาด
- ความเชื่อในพลังของการคิดบวกและการมองหาโอกาสในวิกฤต
- ความสนใจในการเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา
- ความปรารถนาที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกผ่านการลงทุนและการบริจาค
เป้าหมายสูงสุดในชีวิตคืออะไร
- สร้างความมั่งคั่งผ่านการลงทุนอย่างชาญฉลาด
- ใช้ความมั่งคั่งเพื่อสนับสนุนการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์และศาสนา
- ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา
- สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นในการคิดนอกกรอบและมองเห็นโอกาสในวิกฤต
- สนับสนุนการพัฒนาทางจิตวิญญาณและการค้นหาความจริงสูงสุดของมนุษยชาติ
ความชอบ
- การอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือเกี่ยวกับการลงทุน ศาสนา และปรัชญา
- การเดินทางและสำรวจวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลก
- การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินและเศรษฐกิจ
- การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ
- การทำสมาธิและการศึกษาแนวคิดทางจิตวิญญาณ
ความหลงใหล
- การค้นหาความจริงสูงสุดเกี่ยวกับจักรวาลและความเป็นอยู่ของมนุษย์
- การเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา
- การลงทุนในตลาดหุ้นและการค้นหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ
- การสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และศาสนา
- การส่งเสริมแนวคิดเรื่องความถ่อมตนและการเปิดใจกว้างในการแสวงหาความรู้
เส้นทางสู่ความสำเร็จ
จอห์น เทมเพิลตัน สร้างชื่อเสียงและความมั่งคั่งจากการเป็นนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เขามักมองเห็นโอกาสในวิกฤตและกล้าลงทุนในช่วงเวลาที่คนอื่นหวาดกลัว แนวคิดการลงทุนแบบ “contrarian” ของเขาได้สร้างผลตอบแทนมหาศาล นอกจากนี้ เทมเพิลตันยังเป็นผู้บุกเบิกการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งต่อมากลายเป็นกระแสหลักในวงการการลงทุนระดับโลก

ความสำเร็จและรางวัล
ผลงานที่สำคัญ
- ก่อตั้งกองทุน Templeton Growth Fund ในปี 1954 ซึ่งสร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 15% ต่อปีเป็นเวลา 38 ปี
- เป็นผู้บุกเบิกการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ในทศวรรษ 1960 โดยเฉพาะในญี่ปุ่น
- สร้างผลตอบแทน 400% จากการลงทุนในหุ้นราคาต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
- พัฒนากองทุนที่ลงทุนในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ เคมี และอิเล็กทรอนิกส์
- ขายบริษัท Templeton Funds ให้กับ Franklin Resources ในปี 1992 ด้วยมูลค่า 913 ล้านดอลลาร์
รางวัลที่ได้รับ
- ได้รับการแต่งตั้งเป็นเซอร์ (Knight Bachelor) โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ในปี 1987
- ได้รับรางวัล AIMR’s first award for professional excellence ในปี 1991
- ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Money ว่าเป็น “นักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษ” ในปี 1999
- ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในร้อยบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกโดยนิตยสาร Time

เกียรติยศ
- ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ มากกว่า 30 แห่งทั่วโลก
- ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์
- ได้รับการยอมรับในฐานะผู้บุกเบิกการลงทุนในตลาดเกิดใหม่
- เป็นที่รู้จักในฐานะนักบริจาคที่ใจบุญและมีวิสัยทัศน์
เคล็ดลับความสำเร็จ
แนวคิด
- “Bull markets are born on pessimism, grow on skepticism, mature on optimism, and die on euphoria.” (ตลาดขาขึ้นเกิดจากความมองโลกในแง่ร้าย เติบโตบนความสงสัย เจริญเติบโตบนความมองโลกในแง่ดี และตายบนความตื่นเต้นเกินเหตุ)
- “The time of maximum pessimism is the best time to buy, and the time of maximum optimism is the best time to sell.” (เวลาที่คนมองโลกในแง่ร้ายที่สุดคือเวลาที่ดีที่สุดในการซื้อ และเวลาที่คนมองโลกในแง่ดีที่สุดคือเวลาที่ดีที่สุดในการขาย)
- “If you want to have a better performance than the crowd, you must do things differently from the crowd.” (ถ้าคุณต้องการผลงานที่ดีกว่าคนส่วนใหญ่ คุณต้องทำสิ่งที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่)
ทัศนคติ
- มองเห็นโอกาสในวิกฤต
- กล้าคิดต่างและทำในสิ่งที่แตกต่าง
- มีความถ่อมตนและเปิดใจกว้างในการเรียนรู้
วิธีการทำงานที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

- วิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดและมองหาโอกาสที่คนอื่นมองข้าม
- ลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความกลัวสูงสุด
- กระจายการลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่
- ใช้วิธีการประเมินมูลค่าหุ้นแบบ Value Investing
- ติดตามข่าวสารและแนวโน้มทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
แรงสนับสนุน
- ความเชื่อในพระเจ้าและหลักการทางศาสนา
- การสนับสนุนจากครอบครัวและทีมงาน
- เครือข่ายนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก
ทักษะและความสามารถพิเศษ
ความสามารถที่โดดเด่น
- ความสามารถในการมองเห็นโอกาสการลงทุนที่คนอื่นมองข้าม
- ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินและเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง
- ความกล้าที่จะลงทุนในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง
ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
- การลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)
- การลงทุนแบบ Value Investing
- การเชื่อมโยงแนวคิดทางวิทยาศาสตร์และศาสนา
ปรัชญาชีวิตและแรงบันดาลใจ
เขามีปรัชญาชีวิตที่ผสมผสานระหว่างความเชื่อทางศาสนา วิทยาศาสตร์ และการลงทุน เขาเชื่อในพลังของการคิดบวก การเปิดใจกว้าง และการแสวงหาความจริงอย่างไม่หยุดยั้ง แนวคิดเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เขาประสบความสำเร็จในการลงทุน

ปรัชญา ความเชื่อ และคติประจำใจ
สิ่งที่ยึดมั่นเชื่อถือ
- เชื่อในพระเจ้าและอำนาจสูงสุด แต่มองว่าความเข้าใจของมนุษย์ต่อพระเจ้ายังจำกัด
- เชื่อในความสำคัญของการเปิดใจกว้างและการเรียนรู้จากทุกศาสนาและวัฒนธรรม
- เชื่อว่าวิทยาศาสตร์และศาสนาสามารถเสริมซึ่งกันและกันได้
- เชื่อในพลังของการคิดบวกและการมองโลกในแง่ดี
- เชื่อว่าความถ่อมตนเป็นคุณธรรมสำคัญในการแสวงหาความรู้และความจริง
คำคมที่ชอบ
- “Invest at the point of maximum pessimism.” (ลงทุน ณ จุดที่มีความมองโลกในแง่ร้ายสูงสุด)
- “Successful investing is anticipating the anticipations of others.” (การลงทุนที่ประสบความสำเร็จคือการคาดการณ์การคาดการณ์ของผู้อื่น)
- “It is nice to be important, but it’s more important to be nice.” (การเป็นคนสำคัญนั้นดี แต่การเป็นคนดีนั้นสำคัญกว่า)
- “The best time to invest is when you have money.” (เวลาที่ดีที่สุดในการลงทุนคือเมื่อคุณมีเงิน)
แนวคิดที่ยึดถือ
- การมองวิกฤตเป็นโอกาส
- การแสวงหาความจริงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
- การให้ความสำคัญกับการพัฒนาจิตวิญญาณควบคู่ไปกับความสำเร็จทางวัตถุ
- การใช้ความมั่งคั่งเพื่อสร้างประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
- การส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนา
มีใครเป็นบุคคลต้นแบบหรือไอดอล

- เบนจามิน เกรแฮม – นักลงทุนและผู้เขียนหนังสือ “The Intelligent Investor”
- มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ – ผู้นำการเคลื่อนไหวด้านสิทธิพลเมืองในสหรัฐอเมริกา
วลีสร้างแรงบันดาลใจ
คำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น
- “Focus on progress, not perfection.” (มุ่งเน้นที่ความก้าวหน้า ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ)
- “Diversification is a hedge against ignorance.” (การกระจายการลงทุนเป็นการป้องกันความไม่รู้)
- “The four most dangerous words in investing are: ‘This time it’s different.'” (คำพูด 4 คำที่อันตรายที่สุดในการลงทุนคือ “ครั้งนี้มันแตกต่าง”)
- “To get superior performance, you have to do something different from the majority.” (เพื่อให้ได้ผลงานที่เหนือกว่า คุณต้องทำบางสิ่งที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่)
วลีเด็ดที่เป็นที่จดจำ
- “Buy when others are despondently selling and sell when others are avidly buying.” (ซื้อเมื่อคนอื่นกำลังขายอย่างท้อแท้ และขายเมื่อคนอื่นกำลังซื้ออย่างกระตือรือร้น)
- “The best time to invest is when you have money.” (เวลาที่ดีที่สุดในการลงทุนคือเมื่อคุณมีเงิน)
- “If we become increasingly humble about how little we know, we may be more eager to search.” (ถ้าเรายิ่งถ่อมตัวเกี่ยวกับความรู้เล็กน้อยที่เรามี เราอาจจะยิ่งกระตือรือร้นที่จะค้นหามากขึ้น)
อุปสรรคและบทเรียนชีวิต
ชีวิตของจอห์น เทมเพิลตัน ไม่ได้ราบรื่นตลอดเวลา เขาเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคมากมาย ทั้งในช่วงวัยเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย และในช่วงที่เริ่มต้นอาชีพนักลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่เทมเพิลตันใช้ประสบการณ์เหล่านี้เป็นบทเรียนและแรงผลักดันในการสร้างความสำเร็จ การเผชิญกับความยากลำบากทำให้เขามีมุมมองที่แตกต่างและกล้าที่จะคิดนอกกรอบ

ความล้มเหลว ความผิดพลาดและบทเรียนชีวิต
ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด
- การขายหุ้นบางตัวเร็วเกินไป โดยไม่รอให้ราคาขึ้นไปถึงจุดสูงสุด
- การประเมินผลกระทบของเหตุการณ์ทางการเมืองต่อตลาดหุ้นผิดพลาดในบางครั้ง
- การลงทุนในบางบริษัทที่มีปัญหาด้านการบริหารจัดการ แม้จะมีฐานะการเงินที่ดี
- การไม่ได้ลงทุนในบางอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ ในช่วงแรก
- การให้ความสำคัญกับการทำงานมากเกินไปในช่วงต้นของชีวิต จนละเลยชีวิตส่วนตัวและครอบครัว
แรงต่อต้าน
- การถูกวิจารณ์จากนักลงทุนและนักวิเคราะห์ที่ไม่เห็นด้วยกับกลยุทธ์การลงทุนแบบ “contrarian”
- การเผชิญกับความไม่เชื่อมั่นเมื่อเริ่มลงทุนในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งยังไม่เป็นที่นิยมในขณะนั้น
- การถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับแนวคิดที่ต้องการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนา
- การเผชิญกับความท้าทายในการบริหารกองทุนระหว่างประเทศในช่วงที่ระบบการเงินโลกยังไม่เชื่อมโยงกันมากนัก
- การถูกมองว่าเป็นคนแปลกแยกเมื่อย้ายไปอยู่ที่บาฮามาสเพื่อหลีกเลี่ยงกระแสหลักในวอลล์สตรีท
วิธีการก้าวข้ามอุปสรรค
- ใช้ความมั่นใจในการวิเคราะห์และการตัดสินใจของตนเอง แม้จะขัดแย้งกับความเห็นส่วนใหญ่
- ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน
- ยึดมั่นในหลักการและปรัชญาการลงทุนของตนเอง แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอก
- ใช้ประสบการณ์จากความผิดพลาดในอดีตเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์การลงทุน
- สร้างทีมงานที่มีความสามารถและมีวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อช่วยในการบริหารกองทุน
บทเรียนสำคัญของชีวิต
- ความสำเร็จมักมาจากการกล้าทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่
- การมองเห็นโอกาสในวิกฤตเป็นทักษะสำคัญในการลงทุนและการดำเนินชีวิต
- ความถ่อมตนและการเปิดใจเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
- การให้ความสำคัญกับการพัฒนาจิตวิญญาณควบคู่ไปกับความสำเร็จทางวัตถุ
- การใช้ความมั่งคั่งเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติเป็นสิ่งที่สร้างความหมายให้กับชีวิต
จุดเปลี่ยนในชีวิต
เหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิต
- การตัดสินใจลงทุนในหุ้นทุกตัวที่มีราคาต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ในช่วงเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่ 2
- การย้ายไปอยู่ที่บาฮามาสในปี 1968 เพื่อมองตลาดการเงินโลกจากมุมมองที่แตกต่าง
- การก่อตั้งรางวัล Templeton Prize ในปี 1972 เพื่อส่งเสริมการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และศาสนา
- การขายบริษัท Templeton Funds ให้กับ Franklin Resources ในปี 1992
- การได้รับการแต่งตั้งเป็นเซอร์โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 1987
ผลกระทบจากเหตุการณ์นั้น
- การลงทุนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างผลตอบแทนมหาศาลและเป็นจุดเริ่มต้นของชื่อเสียงในฐานะนักลงทุน
- การย้ายไปบาฮามาสช่วยให้มีมุมมองที่แตกต่างและห่างไกลจากกระแสหลักในวอลล์สตรีท
- การก่อตั้งรางวัล Templeton Prize ทำให้เกิดการสนับสนุนงานวิจัยที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และศาสนาอย่างกว้างขวาง
- การขายบริษัทให้ Franklin Resources ทำให้มีเงินทุนมหาศาลสำหรับการทำงานด้านการกุศลและการวิจัย
- การได้รับยศเซอร์เป็นการยอมรับในระดับนานาชาติต่อผลงานด้านการลงทุนและการกุศลของเขา
เจาะลึกตัวตน
เขาเป็นทั้งนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ นักคิด และนักบริจาค แนวคิดและปรัชญาชีวิตของเขามีอิทธิพลอย่างมากต่อวิธีการลงทุนและการดำเนินชีวิต การวิเคราะห์ตัวตนของเทมเพิลตันจะช่วยให้เราเข้าใจถึงแรงผลักดันและแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและผลงานอันยิ่งใหญ่ของเขา

วิเคราะห์ตัวตน
เจาะลึกตัวตน
- เป็นคนช่างสังเกตและมีความอยากรู้อยากเห็นสูง
- มีความกล้าที่จะคิดต่างและทำในสิ่งที่แตกต่าง
- มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง แต่ก็มีความถ่อมตัวในเวลาเดียวกัน
- มีความสนใจหลากหลาย ทั้งด้านการเงิน วิทยาศาสตร์ และศาสนา
- เป็นคนมองโลกในแง่ดีและเชื่อในพลังของการคิดบวก
แรงจูงใจ
- ความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จและสร้างความมั่งคั่ง
- ความต้องการที่จะเข้าใจความจริงเกี่ยวกับจักรวาลและความเป็นอยู่ของมนุษย์
- ความปรารถนาที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและมนุษยชาติ
การตัดสินใจ
- มักตัดสินใจบนพื้นฐานของการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบ
- กล้าตัดสินใจแบบ “contrarian” เมื่อมั่นใจในการวิเคราะห์ของตนเอง
- ให้ความสำคัญกับการมองระยะยาวมากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น
มุมมองต่อโลก
- เชื่อว่าโลกและจักรวาลยังมีความลึกลับที่รอการค้นพบอีกมาก
- มองว่าวิทยาศาสตร์และศาสนาสามารถเสริมซึ่งกันและกันได้
- เชื่อในพลังของการเปิดใจกว้างและการเรียนรู้จากทุกวัฒนธรรม
แรงขับเคลื่อน
- ความปรารถนาที่จะค้นหาความจริงสูงสุดเกี่ยวกับจักรวาลและชีวิต
- ความท้าทายในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่เหนือกว่าตลาด
- ความต้องการที่จะส่งเสริมการวิจัยที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนา
วิสัยทัศน์
- มุ่งสู่การค้นพบความจริงใหม่ๆ เกี่ยวกับจักรวาลและความเป็นอยู่ของมนุษย์
- สนับสนุนการวิจัยที่บูรณาการระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา
- ส่งเสริมการลงทุนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
บุคลิกภาพ
- มีความมั่นใจในตนเองสูง แต่ไม่หยิ่งยโส
- มีความอดทนและมุ่งมั่นในการทำงานระยะยาว
- เป็นคนช่างสังเกตและมีความละเอียดรอบคอบ
- มีความเป็นผู้นำและความสามารถในการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น
- มีความอยากรู้อยากเห็นและเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ
ถ้าสามารถย้อนเวลาได้…
จะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไร
- อาจจะเริ่มลงทุนในตลาดเกิดใหม่เร็วกว่านี้
- อาจจะให้เวลากับครอบครัวและชีวิตส่วนตัวมากขึ้นในช่วงต้นของอาชีพ
- อาจจะเริ่มทำงานด้านการกุศลและการวิจัยเร็วกว่านี้
- อาจจะศึกษาและลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมากขึ้นในช่วงแรก
- อาจจะเขียนหนังสือและแบ่งปันประสบการณ์มากขึ้นในช่วงต้นของอาชีพ
บทเรียนจากอดีตสอนอะไรบ้าง

- ความสำเร็จมักมาจากการกล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง
- การมองเห็นโอกาสในวิกฤตเป็นทักษะสำคัญในการลงทุนและการดำเนินชีวิต
- ความถ่อมตนและการเปิดใจเรียนรู้เป็นกุญแจสู่การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
- การให้ความสำคัญกับการพัฒนาจิตวิญญาณควบคู่ไปกับความสำเร็จทางวัตถุ
- การใช้ความมั่งคั่งเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมสร้างความหมายให้กับชีวิต
บทสรุป
จอห์น เทมเพิลตัน เป็นบุคคลที่มีความโดดเด่นทั้งในฐานะนักลงทุนและนักคิด เขาได้สร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ทั้งในด้านการลงทุนและการสนับสนุนการวิจัยที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนา ชีวิตและผลงานของเขาให้บทเรียนมากมายเกี่ยวกับการมองเห็นโอกาสในวิกฤต การกล้าคิดต่าง และการใช้ความสำเร็จเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม แม้ว่าเขาจะจากไปแล้ว แต่แนวคิดและปรัชญาของเขายังคงมีอิทธิพลต่อวงการการลงทุนและการศึกษาวิจัยในปัจจุบัน
ข้อคิดที่ได้จากชีวิต
สรุปบทเรียนสำคัญ
- ความสำเร็จมักมาจากการกล้าทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่
- การมองเห็นโอกาสในวิกฤตเป็นทักษะสำคัญในการลงทุนและการดำเนินชีวิต
- ความถ่อมตนและการเปิดใจเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
- การให้ความสำคัญกับการพัฒนาจิตวิญญาณควบคู่ไปกับความสำเร็จทางวัตถุ
- การใช้ความมั่งคั่งเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติสร้างความหมายให้กับชีวิต
แง่คิดที่ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้
- กล้าที่จะคิดต่างและทำในสิ่งที่แตกต่าง แม้จะขัดแย้งกับความเห็นส่วนใหญ่
- มองหาโอกาสในทุกสถานการณ์ แม้แต่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
- เปิดใจกว้างและพร้อมเรียนรู้จากทุกแหล่งความรู้และประสบการณ์
- ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตนเองทั้งด้านวัตถุและจิตใจ
- ใช้ความสำเร็จและทรัพยากรที่มีเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและผู้อื่น
อนาคต

เป้าหมายในอนาคต
- สานต่อวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนการวิจัยที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และศาสนา
- ขยายผลงานของมูลนิธิ John Templeton Foundation ให้มีอิทธิพลในวงกว้างมากขึ้น
- ส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยที่มุ่งเน้นการพัฒนามนุษย์ทั้งด้านวัตถุและจิตวิญญาณ
- สร้างเครือข่ายนักคิดและนักวิจัยที่มุ่งมั่นในการค้นหาความจริงเกี่ยวกับจักรวาลและชีวิต
- ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระบบการศึกษาและการวิจัยทั่วโลก
ความฝันที่ยังไม่สำเร็จ
- การค้นพบความจริงใหม่ๆ เกี่ยวกับจักรวาลและความเป็นอยู่ของมนุษย์
- การสร้างความเข้าใจและการยอมรับร่วมกันระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา
- การพัฒนาแนวทางการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนที่ดีควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ต่อสังคม
- การปฏิวัติระบบการศึกษาให้มุ่งเน้นการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน
- การสร้างสังคมที่มีความเข้าใจและเคารพในความแตกต่างทางความคิดและความเชื่อ
อิทธิพลหรือการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคม ต่อวัฒนธรรม ต่อประเทศ หรือต่อโลก
สิ่งที่ทิ้งไว้ให้โลก
- แนวคิดการลงทุนแบบ “contrarian” ที่มีอิทธิพลต่อวงการการลงทุนทั่วโลก
- มูลนิธิ John Templeton Foundation ที่สนับสนุนการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และศาสนา
- รางวัล Templeton Prize ที่ส่งเสริมการค้นคว้าเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ
- แนวคิดในการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับศาสนาเพื่อการค้นหาความจริงสูงสุด
ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
- การส่งเสริมการวิจัยที่บูรณาการระหว่างวิทยาศาสตร์และศาสนา
- การสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาจิตวิญญาณควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางวัตถุ
- การผลักดันให้เกิดการลงทุนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- การสนับสนุนการศึกษาและการวิจัยที่มุ่งเน้นการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน
- การสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนกล้าคิดต่างและมองเห็นโอกาสในวิกฤต
ภาคผนวก
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
เรื่องราวน่าสนใจอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในเนื้อหาหลัก
- เทมเพิลตันเคยเล่นโป๊กเกอร์เพื่อหาเงินเรียนที่มหาวิทยาลัยเยล
- เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสมาคมนักลงทุนมืออาชีพ (CFA Institute)
- เคยเป็นนักกีฬายิมนาสติกในวัยเรียน และยังคงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตลอดชีวิต
- เขามีความสนใจในการศึกษาภาษาต่างๆ และสามารถพูดได้หลายภาษา
- เขาเคยเขียนบทความเกี่ยวกับการลงทุนและปรัชญาชีวิตลงในหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ
คำพูดจากคนรอบข้าง
- “จอห์นเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เขามักจะถามคำถามที่ท้าทายและลึกซึ้งเสมอ” – เพื่อนร่วมงาน
- “เขาเป็นนักลงทุนที่มีวินัยและอดทนมาก เขาไม่เคยตัดสินใจด้วยอารมณ์” – นักวิเคราะห์การลงทุน
- “จอห์นเป็นคนที่มีความเมตตาและใจกว้างมาก เขามักจะคิดถึงประโยชน์ของผู้อื่นก่อนเสมอ” – ผู้รับทุนจากมูลนิธิ
- “เขาเป็นคนที่มีความคิดก้าวหน้าและเปิดกว้างมาก เขาไม่เคยปิดกั้นความคิดใหม่ๆ” – นักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับทุนวิจัย
- “จอห์นเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ความมั่งคั่งเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคม” – นักธุรกิจรุ่นใหม่
เรื่องเหลือเชื่อ
- เทมเพิลตันเคยทำนายการล่มสลายของตลาดหุ้นในปี 1929 ตั้งแต่เขายังเป็นนักศึกษา
- เขาสามารถจดจำราคาหุ้นของบริษัทนับร้อยได้อย่างแม่นยำ
- เทมเพิลตันเคยปฏิเสธข้อเสนอที่จะเข้าร่วมทีมบริหารของธนาคารขนาดใหญ่ เพื่อทำตามความฝันในการเป็นนักลงทุนอิสระ
- เขาเคยทำนายการเติบโตของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ยุคแรกๆ แม้จะไม่ได้ลงทุนในอุตสาหกรรมนี้มากนัก
- เทมเพิลตันเคยใช้เวลาหลายเดือนในการนั่งสมาธิและศึกษาธรรมะในวัดในประเทศไทย
ถ้าขาดบุคคลนี้ไปในโลก หรือถ้าไม่เคยมีตัวตนตั้งแต่แรก แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
- แนวคิดการลงทุนแบบ “contrarian” อาจไม่ได้รับความนิยมและยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการการลงทุน
- การลงทุนในตลาดเกิดใหม่อาจเกิดขึ้นช้ากว่านี้ เนื่องจากเทมเพิลตันเป็นผู้บุกเบิกในเรื่องนี้
- การสนับสนุนการวิจัยที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และศาสนาอาจมีน้อยลง ทำให้การค้นคว้าในด้านนี้ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร
แหล่งอ้างอิง
- John Templeton. (2024). In Wikipedia. https://en.wikipedia.org/wiki/John_Templeton
- Chen, J. (2024). Sir John Templeton. Investopedia. https://www.investopedia.com/terms/s/sirjohntempleton.asp
- John Templeton Foundation. (2024). In Wikipedia. https://en.wikipedia.org/wiki/John_Templeton_Foundation
- Templeton World Charity Foundation. (n.d.). Our founder. https://www.templetonworldcharity.org/about-us/our-founder
- The Philanthropy Roundtable. (n.d.). John Templeton. https://www.philanthropyroundtable.org/hall-of-fame/john-templeton/
- Longtunman. (2018, May 28). เซอร์ จอห์น เทมเพิลตัน ผู้กล้าซื้อหุ้นในวันแรกที่เกิดสงครามโลก. https://www.longtunman.com/6677
- Passive Way. (2023, January 13). สูตรลงทุนสุดประหลาด! ที่ทำกำไรงาม John Templeton | ซีรีส์ 2 Episode 05. https://passiveway.com/passive-way-story-series-2-episode-05/

