John C. Bogle คือใคร?
John C. Bogle คือ นักลงทุนและผู้ก่อตั้งบริษัท Vanguard Group ที่ปฏิวัติวงการลงทุนด้วยแนวคิดกองทุนดัชนี เขาเชื่อว่าการลงทุนระยะยาวในกองทุนที่มีค่าใช้จ่ายต่ำจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการพยายามเอาชนะตลาด Bogle ได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งการลงทุนแบบดัชนี” และเป็นผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อย ผลงานของเขาได้เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมกองทุนรวมอย่างมีนัยสำคัญ
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของ John C. Bogle

- ก่อตั้งบริษัท Vanguard Group ในปี 1974 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในบริษัทจัดการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- สร้างกองทุนดัชนีรายย่อยรายแรกของโลกในปี 1976 คือ Vanguard 500 Index Fund
- เป็นผู้บุกเบิกแนวคิดการลงทุนแบบ passive investing และการลงทุนในกองทุนที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ
- เขียนหนังสือด้านการลงทุนที่มีอิทธิพลหลายเล่ม เช่น “Common Sense on Mutual Funds”
- ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Fortune ว่าเป็นหนึ่งใน “ยักษ์ใหญ่ 4 คนแห่งศตวรรษที่ 20” ในวงการลงทุน
- ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Time ให้เป็นหนึ่งใน 100 บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกในปี 2004
ทำไมเรื่องราวของ John C. Bogle ถึงน่าสนใจ
- Bogle เป็นผู้ปฏิวัติอุตสาหกรรมกองทุนรวม โดยนำเสนอทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำสำหรับนักลงทุนรายย่อย
- แนวคิดของเขาเกี่ยวกับการลงทุนแบบ passive ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการลงทุนของคนทั่วโลก
- เขาเป็นตัวอย่างของผู้นำธุรกิจที่ยึดมั่นในหลักจริยธรรมและทำงานเพื่อผลประโยชน์ของลูกค้า
- ชีวิตของเขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น การเอาชนะอุปสรรค และการสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ต่อโลกการเงิน
- เรื่องราวของ Bogle เป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมของตน
จุดเริ่มต้น
จุดเริ่มต้นของ John Bogle เป็นเรื่องราวของความมุ่งมั่นและการเอาชนะอุปสรรค เกิดในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ครอบครัวของเขาสูญเสียทรัพย์สินเกือบทั้งหมด แต่ด้วยความขยันและทุนการศึกษา Bogle สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชั้นนำได้ ประสบการณ์ในวัยเยาว์นี้หล่อหลอมให้เขามีมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์เกี่ยวกับการเงินและการลงทุน ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรากฐานของแนวคิดทางธุรกิจที่ปฏิวัติวงการ
ประวัติโดยย่อ
ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อเต็ม: John Clifton Bogle
- ฉายา: “Jack” Bogle
- ตำแหน่ง:
- ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ The Vanguard Group
- ผู้สร้างกองทุนดัชนีรายย่อยรายแรกของโลก
- นักเขียนและนักพูดด้านการลงทุน
- ผู้สนับสนุนการลงทุนแบบ passive investing

ครอบครัว
- เกิด เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1929 ที่เมือง Montclair รัฐ New Jersey
- บิดาชื่อ William Yates Bogle Jr.
- มารดาชื่อ Josephine Lorraine Hipkins
- มีพี่น้องฝาแฝดชื่อ David Caldwell
- พี่ชายชื่อ William Yates III (Bud)
- ครอบครัวประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่
- แต่งงานกับ Eve Sherrerd ในปี 1956
- มีบุตร 6 คน: Barbara, Jean, Nancy, Sandra, John Jr., และ Andrew
การศึกษา
- เข้าเรียนที่โรงเรียน Blair Academy ในปี 1945 ด้วยทุนการศึกษา
- จบการศึกษาจาก Blair Academy ในปี 1947 ด้วยเกียรตินิยม
- เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Princeton ด้วยทุนการศึกษา
- ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารและทำงานในสำนักงานขายตั๋วกีฬาเพื่อหารายได้ระหว่างเรียน
- จบการศึกษาจาก Princeton ในปี 1951 ด้วยเกียรตินิยมอันดับสูงสุด (magna cum laude) สาขาเศรษฐศาสตร์
- วิทยานิพนธ์ปริญญาตรีของเขาเรื่อง “The Economic Role of the Investment Company” มีความยาว 123 หน้า
จุดเริ่มต้นอาชีพ

- เริ่มทำงานที่บริษัท Wellington Management Company ในเดือนมิถุนายน 1951
- ได้รับการว่าจ้างโดย Walter Morgan ผู้ก่อตั้งบริษัท หลังจากที่ Morgan อ่านวิทยานิพนธ์ของ Bogle
- ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยประธานบริษัทในปี 1955
- ชักชวนให้ Morgan เปิดกองทุนหุ้นใหม่ชื่อ Windsor Fund ในปี 1958
- ได้รับแต่งตั้งเป็นรองประธานบริหารในปี 1962 และประธานบริหารในปี 1967
- นำพา Wellington เข้าควบรวมกิจการกับบริษัท Thorndike, Doran, Paine & Lewis ในปี 1966
- ถูกไล่ออกจาก Wellington ในวันที่ 23 มกราคม 1974 เนื่องจากความขัดแย้งภายในองค์กร
- ก่อตั้งบริษัท Vanguard ในวันที่ 1 พฤษภาคม 1975

แรงบันดาลใจและเป้าหมายชีวิต
John Bogle มีรากฐานมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กและความเชื่อมั่นในการทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อนักลงทุนรายย่อย เขามุ่งมั่นที่จะสร้างระบบการลงทุนที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่คนรวยหรือนักลงทุนสถาบัน ความหลงใหลในการศึกษาและการวิเคราะห์ตลาดการเงินทำให้เขาพัฒนาแนวคิดที่ปฏิวัติวงการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการช่วยให้คนธรรมดาสามารถสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้

อะไรเป็นแรงผลักดัน
- ประสบการณ์ความยากลำบากทางการเงินในวัยเด็กช่วงเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่
- ความเชื่อมั่นว่าการลงทุนควรเป็นธรรมและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน
- ความต้องการที่จะปฏิรูปอุตสาหกรรมกองทุนรวมเพื่อประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อย
- ความมุ่งมั่นที่จะลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและเพิ่มผลตอบแทนสุทธิให้กับนักลงทุน
- ความเชื่อในพลังของการลงทุนระยะยาวและการกระจายความเสี่ยง
เป้าหมายสูงสุดในชีวิตคืออะไร
- สร้างบริษัทจัดการลงทุนที่ดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน
- ปฏิวัติอุตสาหกรรมกองทุนรวมด้วยการนำเสนอกองทุนดัชนีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ
- ให้ความรู้และเสริมพลังให้นักลงทุนรายย่อยในการบริหารการเงินของตนเอง
- ส่งเสริมแนวคิดการลงทุนแบบ passive investing และการถือครองระยะยาว
- สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตทางการเงินของคนทั่วไป
ความชอบ
- การอ่านหนังสือ โดยเฉพาะเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการเงิน
- การเล่นกีฬา เช่น สควอช เทนนิส และกอล์ฟ
- การแก้ปริศนาอักษรไขว้ของ New York Times
- การเขียนและการพูดในที่สาธารณะเกี่ยวกับการลงทุนและการเงิน
- การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติทางการเงิน
ความหลงไหล
- การศึกษาและวิเคราะห์ตลาดการเงินและอุตสาหกรรมกองทุนรวม
- การพัฒนาและส่งเสริมแนวคิดการลงทุนแบบ passive investing
- การเผยแพร่ความรู้ด้านการลงทุนให้กับนักลงทุนรายย่อย
- การต่อสู้เพื่อสิทธิและผลประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อย
- การสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการเงินเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค
เส้นทางสู่ความสำเร็จ
เส้นทางสู่ความสำเร็จของ John Bogle เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จากการเริ่มต้นในบริษัท Wellington ไปสู่การก่อตั้ง Vanguard และการสร้างกองทุนดัชนีรายแรก Bogle ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความกล้าหาญ และวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำ เขาไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในการสร้างบริษัทที่ยิ่งใหญ่ แต่ยังได้เปลี่ยนแปลงวิธีการลงทุนของคนทั่วโลก ความสำเร็จของเขาเกิดจากการยึดมั่นในหลักการและการมุ่งเน้นที่ผลประโยชน์ของนักลงทุนเป็นสำคัญ

ความสำเร็จและรางวัล
ผลงานที่สำคัญ
- ก่อตั้งบริษัท The Vanguard Group ในปี 1975
- สร้างกองทุนดัชนีรายย่อยรายแรกของโลก First Index Investment Trust (ปัจจุบันคือ Vanguard 500 Index Fund) ในปี 1976
- พัฒนาโครงสร้างบริษัทแบบ mutual organization ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยกองทุนเป็นเจ้าของบริษัทจัดการ
- นำเสนอกองทุนรวมแบบไม่มีค่าธรรมเนียมการขาย (no-load fund) ในปี 1977
- เขียนหนังสือด้านการลงทุนที่มีอิทธิพลหลายเล่ม รวมถึง “Common Sense on Mutual Funds” ในปี 1999
- สร้าง Bogle Financial Markets Research Center หลังเกษียณจาก Vanguard ในปี 2000
- ผลักดันให้ Vanguard เติบโตจนมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 4.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2018

รางวัลที่ได้รับ
- ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Fortune ให้เป็นหนึ่งใน “ยักษ์ใหญ่ 4 คนแห่งศตวรรษที่ 20” ในวงการลงทุน ในปี 1999
- ได้รับเลือกจากนิตยสาร Time ให้เป็นหนึ่งใน 100 บุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ในปี 2004
- ได้รับรางวัล Woodrow Award จากมหาวิทยาลัย Princeton สำหรับ “ความสำเร็จอันโดดเด่นในการรับใช้ประเทศ” ในปี 1999
- ได้รับรางวัล Institutional Investor’s Lifetime Achievement Award ในปี 2004
- ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่ American Philosophical Society ในปี 2004
- ได้รับรางวัล EY Entrepreneur Of The Year Lifetime Achievement Award ในปี 2016

เกียรติยศ
- ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง รวมถึง Princeton, Georgetown, และ University of Delaware
- ได้รับการยกย่องจาก Warren Buffett ว่าเป็นวีรบุรุษของนักลงทุนรายย่อย
- ได้รับการขนานนามว่าเป็น “บิดาแห่งการลงทุนแบบดัชนี” (Father of Index Investing)
- ได้รับการยกย่องจาก Paul Samuelson นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ว่าการสร้างกองทุนดัชนีของ Bogle เทียบเท่ากับการประดิษฐ์ล้อและตัวอักษร
- มีกลุ่มแฟนคลับที่เรียกตัวเองว่า “Bogleheads” ซึ่งยึดถือปรัชญาการลงทุนของเขา
เคล็ดลับความสำเร็จ
แนวคิด
- เชื่อมั่นในการลงทุนระยะยาวและการกระจายความเสี่ยง
- มุ่งเน้นการลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนสุทธิให้นักลงทุน
- สนับสนุนแนวคิดการลงทุนแบบ passive investing ผ่านกองทุนดัชนี
- เน้นความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ในการดำเนินธุรกิจ
- ให้ความสำคัญกับการศึกษาและให้ความรู้แก่นักลงทุน
ทัศนคติ
- มีความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
- กล้าที่จะท้าทายสถานะเดิมและนำเสนอแนวคิดใหม่ๆ
- มีจริยธรรมและคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
- เชื่อในพลังของความเรียบง่ายและความสม่ำเสมอ
- มีวินัยและความอดทนในการดำเนินธุรกิจและการลงทุน
วิธีการทำงานที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

- วิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดและใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ
- สื่อสารแนวคิดที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายผ่านการเขียนและการพูดในที่สาธารณะ
- สร้างทีมงานที่มีความสามารถและแบ่งปันวิสัยทัศน์เดียวกัน
- ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและเทคโนโลยี แต่ยังคงยึดมั่นในหลักการพื้นฐาน
- ทำงานอย่างหนักและทุ่มเทให้กับเป้าหมายระยะยาว
แรงสนับสนุน
- การสนับสนุนจากครอบครัว โดยเฉพาะภรรยา Eve Sherrerd
- ความไว้วางใจจากลูกค้าและนักลงทุนที่เชื่อมั่นในแนวคิดของเขา
- การสนับสนุนจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในวงการการเงิน
- ความร่วมมือจากทีมงานที่ Vanguard ในการพัฒนาและขยายธุรกิจ
- แรงผลักดันจากความต้องการที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการเงิน
ทักษะและความสามารถพิเศษ
ความสามารถที่โดดเด่น
- ความสามารถในการวิเคราะห์ตลาดการเงินและแนวโน้มอุตสาหกรรม
- ทักษะการสื่อสารที่ยอดเยี่ยมทั้งการเขียนและการพูด
- ความสามารถในการสร้างและนำเสนอแนวคิดที่ปฏิวัติวงการ
- ความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น
- ความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรขนาดใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
- ความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับกองทุนรวมและการลงทุนแบบดัชนี
- ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับโครงสร้างและการดำเนินงานของอุตสาหกรรมการเงิน
- ความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของนักลงทุน
- ทักษะการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินอย่างเชี่ยวชาญ
- ความสามารถในการคาดการณ์แนวโน้มตลาดและพฤติกรรมนักลงทุนในระยะยาว
ปรัชญาชีวิตและแรงบันดาลใจ
ปรัชญาชีวิตของ John Bogle หล่อหลอมมาจากประสบการณ์ชีวิตและความเชื่อมั่นในความเรียบง่ายและความซื่อสัตย์ เขามองว่าการลงทุนไม่ควรซับซ้อนหรือเป็นเรื่องของการเก็งกำไร แต่ควรเป็นวิธีการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวสำหรับคนทั่วไป แรงบันดาลใจของเขามาจากความปรารถนาที่จะสร้างระบบการเงินที่เป็นธรรมและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน

ปรัชญา ความเชื่อ และคติประจำใจ
สิ่งที่ยึดมั่นเชื่อถือ
- ความซื่อสัตย์และความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ
- การให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของลูกค้าเหนือกำไรระยะสั้น
- ความเชื่อในพลังของการลงทุนระยะยาวและการสะสมทรัพย์อย่างสม่ำเสมอ
- การลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทนสุทธิให้นักลงทุน
- ความเชื่อในประสิทธิภาพของตลาดและข้อจำกัดในการเอาชนะตลาดในระยะยาว
คำคมที่ชอบ
- “ในการลงทุน คุณได้รับสิ่งที่คุณไม่ต้องจ่าย ต้นทุนมีความสำคัญ”
- “อย่าพยายามหาเข็มในกองฟาง เพียงแค่ซื้อกองฟางทั้งหมด”
- “การลงทุนที่ดีที่สุดที่คุณจะทำได้คือการลงทุนในตัวคุณเอง”
- “เวลาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ และต้นทุนเป็นศัตรูที่เลวร้ายที่สุดของคุณ”
- “ความเรียบง่ายเป็นหัวใจของความสำเร็จในการลงทุน”
แนวคิดที่ยึดถือ
- การลงทุนแบบ passive investing ผ่านกองทุนดัชนีเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่
- การกระจายความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างพอร์ตการลงทุนที่มั่นคง
- ความสำเร็จในการลงทุนขึ้นอยู่กับวินัยและความอดทนมากกว่าความฉลาดหรือการจับจังหวะตลาด
- การศึกษาและให้ความรู้แก่นักลงทุนเป็นความรับผิดชอบของผู้ให้บริการทางการเงิน
- การทำธุรกิจควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าและสังคมโดยรวม
มีใครเป็นบุคคลต้นแบบหรือไอดอล

- Walter L. Morgan ผู้ก่อตั้ง Wellington Fund และเป็นผู้ว่าจ้าง Bogle เข้าทำงานครั้งแรก
- Paul Samuelson นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลที่สนับสนุนแนวคิดการลงทุนแบบดัชนี
- Benjamin Graham นักลงทุนและนักเขียนผู้เขียนหนังสือ “The Intelligent Investor”
- Theodore Roosevelt ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ Bogle ชื่นชมในเรื่องความกล้าหาญและการต่อต้านการผูกขาด
- Adam Smith นักเศรษฐศาสตร์คลาสสิกที่เสนอแนวคิดเรื่อง “มือที่มองไม่เห็น” ในตลาดเสรี
วลีสร้างแรงบันดาลใจ
คำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น
- “จงลงทุนด้วยความเชื่อมั่น แต่จงระมัดระวังการคาดเดา”
- “อย่าให้ใครมาบอกคุณว่าคุณไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้”
- “ความสำเร็จในการลงทุนไม่ได้มาจากการเป็นคนฉลาด แต่มาจากการมีวินัย”
- “จงมุ่งเน้นที่สิ่งที่คุณสามารถควบคุมได้: ความเสี่ยงของคุณ, ต้นทุนของคุณ, และความอดทนของคุณ”
- “การให้คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมายมากกว่าการรับ”
วลีเด็ดที่เป็นที่จดจำ
- “อย่าพยายามหาเข็มในกองฟาง จงซื้อกองฟางทั้งหมด”
- “ต้นทุนเป็นศัตรูของการลงทุน”
- “เวลาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของนักลงทุน”
- “การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในตัวคุณเอง”
- “ในการลงทุน คุณได้รับสิ่งที่คุณไม่ต้องจ่าย”
อุปสรรคและบทเรียนชีวิต
ชีวิตของ John Bogle เต็มไปด้วยความท้าทายและอุปสรรคมากมาย ทั้งในด้านสุขภาพและการทำงาน แต่เขาได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในการเอาชนะปัญหาเหล่านั้น การถูกไล่ออกจาก Wellington เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การก่อตั้ง Vanguard และการสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการเงิน

ความล้มเหลว ความผิดพลาดและบทเรียนชีวิต
ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด
- การตัดสินใจควบรวมกิจการระหว่าง Wellington และ Thorndike, Doran, Paine & Lewis ในปี 1966 ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งภายในองค์กร
- การประเมินตลาดผิดพลาดในช่วงต้นของการเปิดตัวกองทุนดัชนีแรก ซึ่งได้รับเงินลงทุนเพียง 11 ล้านดอลลาร์ในช่วงแรก
- การคาดการณ์ผิดพลาดเกี่ยวกับการเติบโตของตลาดหุ้นในบางช่วงเวลา
- การไม่สามารถรักษาตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของ Vanguard หลังเกษียณอายุ
- การประเมินความสำคัญของเทคโนโลยีในช่วงแรกของการพัฒนาอุตสาหกรรมการเงิน
แรงต่อต้าน
- การต่อต้านจากอุตสาหกรรมการเงินต่อแนวคิดกองทุนดัชนีในช่วงแรก
- การวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนที่เชื่อว่าการลงทุนแบบ active management ดีกว่า
- ความท้าทายในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของนักลงทุนที่คุ้นเคยกับการลงทุนแบบดั้งเดิม
- การต่อสู้กับกฎระเบียบและข้อบังคับที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสร้างนวัตกรรมใหม่ในอุตสาหกรรมการเงิน
- การเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นเมื่อบริษัทอื่นๆ เริ่มเสนอผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกัน
วิธีการก้าวข้ามอุปสรรค
- ยึดมั่นในหลักการและความเชื่อของตนเอง แม้จะเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์
- ใช้ข้อมูลและการวิจัยเพื่อสนับสนุนแนวคิดและตอบโต้ข้อโต้แย้ง
- สร้างทีมงานที่แข็งแกร่งและมีวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนองค์กร
- ปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
- ใช้การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่นักลงทุนและสาธารณชน
บทเรียนสำคัญของชีวิต
- ความสำเร็จมาจากการยึดมั่นในหลักการและการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง
- การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มักเริ่มต้นจากความคิดที่เรียบง่าย
- ความล้มเหลวสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ๆ ได้
- การให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของลูกค้าจะนำมาซึ่งความสำเร็จในระยะยาว
- การมีสุขภาพที่ดีและการสนับสนุนจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จในอาชีพ
จุดเปลี่ยนในชีวิต
เหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิต
- การได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนที่ Blair Academy และ Princeton University
- การได้รับการว่าจ้างโดย Walter L. Morgan ที่ Wellington Fund ในปี 1951
- การถูกไล่ออกจาก Wellington ในปี 1974 ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง Vanguard
- การเปิดตัวกองทุนดัชนีรายย่อยรายแรกของโลกในปี 1976
- การได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจในปี 1996
ผลกระทบจากเหตุการณ์นั้น
- การได้รับทุนการศึกษาเปิดโอกาสให้ Bogle ได้รับการศึกษาที่ดีและสร้างเครือข่ายที่มีค่า
- การทำงานที่ Wellington ทำให้ Bogle ได้เรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรกองทุนรวมอย่างลึกซึ้ง
- การถูกไล่ออกจาก Wellington กลายเป็นแรงผลักดันให้ Bogle สร้างบริษัทที่มีโครงสร้างและแนวคิดที่แตกต่าง
- การเปิดตัวกองทุนดัชนีเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรมการลงทุน
- การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจทำให้ Bogle ตระหนักถึงคุณค่าของเวลาและมุ่งมั่นที่จะสร้างผลงานที่มีความหมายมากขึ้น
เจาะลึกตัวตน
การเจาะลึกตัวตนของ John Bogle เผยให้เห็นถึงบุคคลที่มีความซับซ้อน มีหลักการ และมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า เขาเป็นทั้งนักคิด นักปฏิบัติ และนักปฏิรูปที่มีอิทธิพลอย่างมากต่ออุตสาหกรรมการเงิน แรงขับเคลื่อนของ Bogle มาจากความปรารถนาที่จะสร้างระบบการลงทุนที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพสำหรับนักลงทุนรายย่อย

วิเคราะห์ตัวตน
เจาะลึกตัวตน
- เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างสูง มักทำงานหนักและใส่ใจในรายละเอียด
- มีความเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ กล้าคิดนอกกรอบและท้าทายสถานะเดิม
- เป็นนักคิดเชิงวิเคราะห์ที่ชอบใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ในการตัดสินใจ
- มีความซื่อสัตย์และยึดมั่นในหลักจริยธรรมอย่างเคร่งครัด
- เป็นนักสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ สามารถอธิบายแนวคิดที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย
แรงจูงใจ
- ความปรารถนาที่จะสร้างระบบการลงทุนที่เป็นธรรมและเข้าถึงได้สำหรับนักลงทุนรายย่อย
- ความต้องการที่จะปฏิรูปอุตสาหกรรมกองทุนรวมให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากขึ้น
- ความมุ่งมั่นที่จะให้ความรู้และเสริมพลังให้นักลงทุนในการจัดการการเงินของตนเอง
- ความปรารถนาที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมผ่านการทำงานและการบริจาค
- แรงผลักดันจากประสบการณ์ส่วนตัวในวัยเด็กที่เผชิญกับความยากลำบากทางการเงิน
การตัดสินใจ
- ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลและการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ
- กล้าตัดสินใจที่ขัดแย้งกับกระแสหลักเมื่อเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
- ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ระยะยาวมากกว่าผลกำไรระยะสั้น
- พิจารณาผลกระทบของการตัดสินใจที่มีต่อนักลงทุนและอุตสาหกรรมโดยรวม
- ยินดีปรับเปลี่ยนการตัดสินใจเมื่อมีข้อมูลใหม่หรือสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
มุมมองต่อโลก
- เชื่อในพลังของตลาดเสรีแต่เห็นความสำคัญของการกำกับดูแลที่เหมาะสม
- มองว่าความเรียบง่ายและความโปร่งใสเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในการลงทุนและการดำเนินธุรกิจ
- เชื่อว่าทุกคนควรมีโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งผ่านการลงทุนอย่างชาญฉลาด
- มองว่าการศึกษาและความรู้ทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
- เชื่อในความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจและความสำคัญของการคืนกำไรสู่สังคม
แรงขับเคลื่อน
- ความปรารถนาที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในอุตสาหกรรมการเงิน
- ความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ว่าแนวคิดการลงทุนแบบดัชนีสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
- ความต้องการที่จะต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมและการเอาเปรียบในระบบการเงิน
- แรงผลักดันจากความสำเร็จและการเติบโตของ Vanguard
- ความรู้สึกรับผิดชอบต่อนักลงทุนและพนักงานที่ไว้วางใจในวิสัยทัศน์ของเขา
วิสัยทัศน์
- มองเห็นอนาคตที่การลงทุนแบบดัชนีเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและเป็นทางเลือกหลักสำหรับนักลงทุนรายย่อย
- คาดการณ์การเติบโตของอุตสาหกรรมกองทุน ETF และผลกระทบต่อตลาดการเงิน
- เล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนทั่วไป
- มุ่งหวังให้เกิดการปฏิรูปในด้านการกำกับดูแลและความโปร่งใสในอุตสาหกรรมการเงิน
- วาดภาพอนาคตที่บริษัทจัดการลงทุนดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าอย่างแท้จริง
บุคลิกภาพ
- มีความมั่นใจในตนเองสูงและกล้าแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง
- มีความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งแต่ยังให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม
- มีความอดทนและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
- เป็นคนช่างสังเกตและมีความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องต่างๆ
- มีอารมณ์ขันและสามารถมองโลกในแง่ดีแม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย
ถ้าสามารถย้อนเวลาได้…
จะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไร
- อาจจะระมัดระวังมากขึ้นในการควบรวมกิจการระหว่าง Wellington และ Thorndike, Doran, Paine & Lewis
- อาจจะเริ่มต้นพัฒนากองทุน ETF เร็วกว่านี้เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
- อาจจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลของ Vanguard มากขึ้นในช่วงแรก
- อาจจะวางแผนการสืบทอดตำแหน่งและการเกษียณอายุอย่างรอบคอบมากขึ้น
- อาจจะใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้นในช่วงที่กำลังสร้างและพัฒนา Vanguard
บทเรียนจากอดีตสอนอะไรบ้าง

- ความสำคัญของการยึดมั่นในหลักการแม้จะเผชิญกับแรงต้าน
- การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ต้องใช้เวลาและความอดทน
- ความล้มเหลวสามารถเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ๆ ได้
- การให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของลูกค้าจะนำมาซึ่งความสำเร็จในระยะยาว
- การรักษาสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวมีความสำคัญต่อความสำเร็จโดยรวม
บทสรุป

ข้อคิดที่ได้จากชีวิต
สรุปบทเรียนสำคัญ
- ความซื่อสัตย์และความโปร่งใสเป็นรากฐานของความสำเร็จในระยะยาว
- การมุ่งเน้นที่ผลประโยชน์ของลูกค้าจะนำมาซึ่งความสำเร็จทางธุรกิจ
- นวัตกรรมที่แท้จริงมักเกิดจากการท้าทายสถานะเดิมและการคิดนอกกรอบ
- ความอดทนและความมุ่งมั่นเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
- การศึกษาและการให้ความรู้แก่ผู้อื่นเป็นวิธีที่มีพลังในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
แง่คิดที่ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้
- ให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาวและการกระจายความเสี่ยง
- พิจารณาค่าใช้จ่ายในการลงทุนอย่างรอบคอบ เพราะมีผลกระทบต่อผลตอบแทนในระยะยาว
- เรียนรู้อย่างต่อเนื่องและไม่หยุดที่จะตั้งคำถามกับสมมติฐานที่มีอยู่
- มีวินัยและความอดทนในการลงทุนและการดำเนินชีวิต
- ใช้ความสำเร็จและทรัพยากรที่มีเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคม
อนาคต
เป้าหมายในอนาคต
- การขยายการเข้าถึงการลงทุนแบบดัชนีไปยังตลาดและประเทศต่างๆ ทั่วโลก
- การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของนักลงทุนในยุคดิจิทัล
- การส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงินแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป
- การผลักดันให้เกิดการปฏิรูปกฎระเบียบในอุตสาหกรรมการเงินเพื่อคุ้มครองนักลงทุนรายย่อย
- การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในด้านการลงทุนและการเงินเพื่อประโยชน์ของสังคม
ความฝันที่ยังไม่สำเร็จ
- การสร้างระบบการเงินที่เป็นธรรมและเข้าถึงได้สำหรับทุกคนทั่วโลก
- การเห็นการยอมรับอย่างกว้างขวางของแนวคิดการลงทุนแบบดัชนีในทุกตลาดทั่วโลก
- การปฏิรูประบบบำนาญและการออมเพื่อการเกษียณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- การสร้างวัฒนธรรมการลงทุนที่เน้นผลประโยชน์ระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
- การเห็นการเปลี่ยนแปลงในวิธีการวัดและรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน
อิทธิพลหรือการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคม ต่อวัฒนธรรม ต่อประเทศ หรือต่อโลก
สิ่งที่ทิ้งไว้ให้โลก
- แนวคิดการลงทุนแบบดัชนีที่เปลี่ยนแปลงวิธีการลงทุนของคนทั่วโลก
- บริษัท Vanguard ที่เป็นต้นแบบของบริษัทจัดการลงทุนที่มุ่งเน้นผลประโยชน์ของลูกค้า
- หนังสือและบทความที่ให้ความรู้และแนวคิดด้านการลงทุนแก่คนทั่วไป
- แรงบันดาลใจสำหรับผู้ประกอบการและนักนวัตกรรมในการท้าทายสถานะเดิมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
- มูลนิธิและโครงการการกุศลที่สนับสนุนการศึกษาและการพัฒนาสังคม
ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
- การลดค่าธรรมเนียมในอุตสาหกรรมกองทุนรวมทั่วโลก
- การเพิ่มความโปร่งใสในการรายงานผลการดำเนินงานของกองทุน
- การสร้างความตระหนักเรื่องความสำคัญของต้นทุนการลงทุนต่อผลตอบแทนระยะยาว
- การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของนักลงทุนจากการเก็งกำไรระยะสั้นเป็นการลงทุนระยะยาว
- การผลักดันให้เกิดการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อย
ภาคผนวก
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
เรื่องราวน่าสนใจอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในเนื้อหาหลัก
- Bogle เป็นนักกีฬาที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกีฬาสควอช และยังคงเล่นกีฬานี้แม้หลังการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ
- เขามักจะทำปริศนาอักษรไขว้ของ New York Times ให้เสร็จภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที
- Bogle เป็นนักอ่านตัวยง และมีห้องสมุดส่วนตัวที่มีหนังสือมากกว่า 3,000 เล่ม
- เขาเคยได้รับการเสนอชื่อให้เป็นเลขาธิการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แต่ปฏิเสธข้อเสนอนี้
- Bogle เป็นสมาชิกของพรรครีพับลิกัน แต่สนับสนุนนโยบายบางอย่างของพรรคเดโมแครต
คำพูดจากคนรอบข้าง
- “Jack Bogle ทำมากกว่าใครในการช่วยเหลือนักลงทุนอเมริกันโดยรวม” – Warren Buffett
- “เขาเป็นวีรบุรุษของคนธรรมดา เป็นคนที่ต่อสู้เพื่อนักลงทุนรายย่อย” – Arthur Levitt อดีตประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ
- “Jack เป็นทั้งนักคิดและนักปฏิบัติ เขาไม่เพียงแต่มีแนวคิดที่ยอดเยี่ยม แต่ยังสามารถนำมันไปปฏิบัติได้จริง” – Burton Malkiel ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จาก Princeton University
เรื่องเหลือเชื่อ
- แม้จะมีอาการหัวใจวายครั้งแรกตั้งแต่อายุ 31 ปี Bogle ยังคงทำงานอย่างหนักและสร้าง Vanguard ให้เติบโตจนเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม
- หลังการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจในปี 1996 Bogle กลับมาทำงานภายในเวลาเพียง 3 เดือน
- แม้จะเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทที่บริหารสินทรัพย์มูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ แต่ Bogle มีทรัพย์สินส่วนตัวเพียงประมาณ 80 ล้านดอลลาร์เท่านั้น เนื่องจากเขาเลือกที่จะไม่ร่ำรวยจากการเอาเปรียบลูกค้า
ถ้าขาดบุคคลนี้ไปในโลก หรือถ้าไม่เคยมีตัวตนตั้งแต่แรก แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
- อุตสาหกรรมกองทุนรวมอาจยังคงมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าปัจจุบันมาก ทำให้ผลตอบแทนสุทธิของนักลงทุนลดลง
- แนวคิดการลงทุนแบบดัชนีอาจไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเช่นทุกวันนี้ ทำให้นักลงทุนรายย่อยมีทางเลือกในการลงทุนที่มีประสิทธิภาพน้อยลง
- อาจไม่มีบริษัทจัดการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างแบบ mutual organization ซึ่งดำเนินงานเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยตรง
- การให้ความรู้ทางการเงินและการลงทุนแก่สาธารณชนอาจไม่ได้รับการผลักดันอย่างจริงจังเท่าที่ Bogle ได้ทำ
- อาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงในกฎระเบียบและการกำกับดูแลอุตสาหกรรมการเงินที่มุ่งเน้นการคุ้มครองผลประโยชน์ของนักลงทุนรายย่อยมากขึ้น
แหล่งอ้างอิง
- Bogle Financial Markets Research Center. (2019, January 16). In memoriam – John C Bogle. The Bogle eBlog. https://johncbogle.com/wordpress/2019/01/16/in-memorium-john-c-bogle/
- Chen, J. (2022, July 28). Who was John Bogle? Vanguard founder, father of indexing. Investopedia. https://www.investopedia.com/terms/j/john_bogle.asp
- The Vanguard Group. (2019, January 16). Vanguard announces the passing of founder John C. Bogle. https://corporate.vanguard.com/content/corporatesite/us/en/corp/who-we-are/pressroom/Press-Release-Vanguard-Announces-Passing-Of-Founder-Jack-Bogle-011619.html
- Wikipedia. (2024, August 1). John C. Bogle. https://en.wikipedia.org/wiki/John_C._Bogle
- Wyatt, E. (2019, January 16). John C. Bogle, founder of financial giant Vanguard, is dead at 89. The New York Times. https://www.nytimes.com/2019/01/16/obituaries/john-bogle-vanguard-dead.html

