Jesse Livermore คือใคร?
Jesse Livermore คือ หนึ่งในเทรดเดอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น เขาเริ่มต้นจากเด็กชายธรรมดาและก้าวขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีจากการเทรดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ แม้ว่าชีวิตของเขาจะเต็มไปด้วยความผันผวนทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว แต่กลยุทธ์การเทรดและปรัชญาของเขายังคงมีอิทธิพลต่อเทรดเดอร์จนถึงปัจจุบัน
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของ Jesse Livermore
- สร้างกำไรมหาศาลจากการชอร์ตขายหุ้นก่อนเกิดตลาดหุ้นวอลล์สตรีทถล่มในปี 1929
- ทำกำไรได้ถึง 100 ล้านดอลลาร์จากวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression)
- พัฒนากลยุทธ์การเทรดแบบ trend following ที่มีอิทธิพลต่อเทรดเดอร์รุ่นหลัง
- เขียนหนังสือ “How to Trade in Stocks” ซึ่งเป็นตำราคลาสสิกด้านการเทรด
- ชีวิตของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนังสือ “Reminiscences of a Stock Operator” ซึ่งเป็นหนังสือขายดีและมีอิทธิพลมาก

ทำไมเรื่องราวของ Jesse Livermore นี้ถึงน่าสนใจ
- ชีวิตที่ผันผวนของเขาแสดงให้เห็นถึงทั้งโอกาสและความเสี่ยงในตลาดการเงิน
- กลยุทธ์การเทรดของเขายังคงมีอิทธิพลและถูกนำมาใช้โดยเทรดเดอร์จนถึงปัจจุบัน
- เรื่องราวชีวิตของเขาให้บทเรียนสำคัญเกี่ยวกับจิตวิทยาการลงทุนและการจัดการความเสี่ยง
- ความสำเร็จของเขาแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีระบบและวินัยในการเทรด
- ความผิดพลาดของเขาเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุนทุกคน
- ชีวิตของเขาสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางอารมณ์และจิตใจที่เทรดเดอร์ต้องเผชิญ
จุดเริ่มต้น
ชีวิตในวัยเยาว์ของ Jesse Livermore เป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจของเส้นทางสู่การเป็นเทรดเดอร์ระดับตำนาน แม้จะเติบโตมาในครอบครัวยากจนและได้รับการศึกษาน้อย แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถพิเศษในการวิเคราะห์ตัวเลขและแนวโน้มตลาดตั้งแต่อายุยังน้อย การเริ่มต้นอาชีพที่ bucket shop และความสำเร็จในวัยหนุ่มได้วางรากฐานสำหรับอาชีพอันยิ่งใหญ่ของเขาในภายหลัง

ประวัติโดยย่อ
ข้อมูลพื้นฐาน
- ชื่อ Jesse Lauriston Livermore
- ฉายา “Boy Plunger” (เด็กน้อยนักพนัน)
- ฉายา “The Great Bear of Wall Street” (หมีใหญ่แห่งวอลล์สตรีท)
- ฉายา “The Wolf of Wall Street” (หมาป่าแห่งวอลล์สตรีท)
- อาชีพ นักเก็งกำไรในตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์
- หนึ่งในเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงที่สุดในช่วงต้นศตวรรษที่ 20
ครอบครัว
- เกิดเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 1877 ที่เมือง Shrewsbury รัฐแมสซาชูเซตส์
- เติบโตมาในครอบครัวยากจนที่ฟาร์มในเมือง Acton รัฐแมสซาชูเซตส์
- พ่อของเขาบังคับให้ออกจากโรงเรียนตอนอายุ 14 ปี เพื่อช่วยงานในฟาร์ม
- แม่ของเขาสนับสนุนให้เขาหนีออกจากบ้านเพื่อแสวงหาโอกาสที่ดีกว่า
- ได้รับเงิน 5 ดอลลาร์จากแม่เป็นทุนตั้งต้นเมื่อออกจากบ้าน

การศึกษา
- เรียนจบแค่ชั้นประถมศึกษา
- เรียนรู้การอ่านและเขียนตั้งแต่อายุ 3 ขวบครึ่ง
- แสดงความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์และการคำนวณตั้งแต่เด็ก
- ศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นด้วยตนเองตั้งแต่อายุยังน้อย
- เรียนรู้เทคนิคการเทรดจากประสบการณ์จริงในตลาด
จุดเริ่มต้นอาชีพ

- อายุ 14 ปี ย้ายไปบอสตันและได้งานที่บริษัทนายหน้าค้าหุ้น Paine Webber
- ทำงานเป็น board boy คัดลอกราคาหุ้นจากเทปเครื่องพิมพ์ราคาลงบนกระดานดำ
- อายุ 15 ปี ทำการเทรดครั้งแรกที่ bucket shop ได้กำไร 3.12 ดอลลาร์
- อายุ 16 ปี ลาออกจาก Paine Webber เพื่อเทรดเต็มเวลาที่ bucket shop ในบอสตัน
- อายุ 20 ปี สะสมเงินได้ 10,000 ดอลลาร์จากการเทรดใน bucket shop
- อายุ 23 ปี ย้ายไปนิวยอร์ก เพื่อเทรดในตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์จริง

แรงบันดาลใจและเป้าหมายชีวิต
อะไรเป็นแรงผลักดัน
- ความปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากความยากจน
- ความหลงใหลในการวิเคราะห์ตัวเลขและแนวโน้มตลาด
- ความต้องการพิสูจน์ความสามารถของตนเอง
- ความท้าทายในการเอาชนะตลาด
- แรงบันดาลใจจากความสำเร็จในวัยเยาว์
- ความปรารถนาที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เป้าหมายสูงสุดในชีวิตคืออะไร
- การสร้างความมั่งคั่งมหาศาลจากการเทรด
- การพัฒนาระบบการเทรดที่สมบูรณ์แบบ
- การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์
- การเข้าใจกลไกของตลาดอย่างลึกซึ้ง
- การถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์สู่เทรดเดอร์รุ่นหลัง
- การพิสูจน์ว่าความสำเร็จในตลาดเกิดจากทักษะไม่ใช่โชค
ความชอบ
- การวิเคราะห์ข้อมูลตลาดและแนวโน้มราคา
- การทดลองกลยุทธ์การเทรดใหม่ๆ
- การอ่านหนังสือเกี่ยวกับตลาดการเงินและจิตวิทยามวลชน
- การตั้งสมมติฐานและทดสอบทฤษฎีการเทรดของตนเอง
- การแข่งขันกับเทรดเดอร์คนอื่นๆ ในตลาด
- การเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์
ความหลงไหล
- การค้นหาจังหวะที่สมบูรณ์แบบในการเข้าและออกจากตลาด
- การพัฒนาความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของตลาด
- การทำนายทิศทางของตลาดในระยะยาว
- การสร้างความมั่งคั่งผ่านการเทรดที่ชาญฉลาด
- การเอาชนะข้อจำกัดทางอารมณ์ในการเทรด
- การค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด
เส้นทางสู่ความสำเร็จ
เส้นทางสู่ความสำเร็จของ Jesse Livermore เต็มไปด้วยความผันผวนและบทเรียนอันมีค่า จากการเริ่มต้นที่ bucket shop สู่การเป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลก Livermore ได้พัฒนากลยุทธ์และปรัชญาการเทรดที่เป็นเอกลักษณ์ ความสามารถในการอ่านตลาดและจังหวะการเข้าออกที่แม่นยำทำให้เขาสร้างผลกำไรมหาศาลหลายครั้ง แม้จะมีช่วงขาดทุนและล้มละลายบ้าง แต่เขาก็สามารถกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้งเสมอ

ความสำเร็จและรางวัล
ผลงานที่สำคัญ
- อายุ 15 ปี ทำกำไร 3.12 ดอลลาร์จากการเทรดครั้งแรกที่ bucket shop
- อายุ 20 ปี สะสมเงินได้ 10,000 ดอลลาร์จากการเทรดที่ bucket shop
- อายุ 24 ปี ทำกำไร 500,000 ดอลลาร์จากการลงทุนใน Northern Pacific Railroad
- ปี 1907 ทำกำไร 1 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวจากการชอร์ตขายหุ้นในช่วงตลาดตกฮวบ
- ปี 1924-1925 ทำกำไร 10 ล้านดอลลาร์จากการเก็งกำไรในตลาดแป้งสาลีและข้าวโพด
- ปี 1929 ทำกำไรประมาณ 100 ล้านดอลลาร์จากการชอร์ตขายหุ้นก่อนตลาดหุ้นวอลล์สตรีทถล่ม
- ครอบครองตลาดฝ้ายอย่างลับๆ หลังสงครามโลกครั้งที่ 1
- สร้างกำไรมหาศาลจากการเทรดหุ้นของ Piggly Wiggly ด้วยกลยุทธ์ short squeeze
รางวัลที่ได้รับ

- ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์
- หนังสือ “Reminiscences of a Stock Operator” ที่เขียนเกี่ยวกับชีวิตของเขากลายเป็นหนังสือขายดีและเป็นตำราคลาสสิกด้านการเทรด
- ได้รับการกล่าวถึงในหนังสือและบทความเกี่ยวกับการเทรดมากมาย
- กลยุทธ์การเทรดของเขาได้รับการศึกษาและนำไปใช้โดยเทรดเดอร์หลายรุ่น
- ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกการเทรดแบบ day trading
เกียรติยศ
- ได้รับฉายา “Boy Plunger” จากความสามารถในการทำกำไรตั้งแต่อายุยังน้อย
- ได้รับฉายา “The Great Bear of Wall Street” จากความสามารถในการทำกำไรจากตลาดขาลง
- ได้รับการยกย่องว่าเป็น “The Wolf of Wall Street” จากความเฉียบคมในการเทรด
- ได้รับเชิญเข้าพบประธานาธิบดี Woodrow Wilson เพื่อหารือเรื่องตลาดฝ้าย
- ชีวิตของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง
- ได้รับการบรรจุในหอเกียรติยศของเทรดเดอร์หลายแห่ง

เคล็ดลับความสำเร็จ
แนวคิด
- เทรดตามเทรนด์ของตลาด ไม่พยายามคาดเดาจุดกลับตัว
- ให้ความสำคัญกับการอ่านพฤติกรรมของตลาดมากกว่าการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน
- มองหาจุดเปลี่ยนสำคัญ (pivotal points) ในการเข้าและออกจากตลาด
- ไม่เทรดเมื่อไม่มีโอกาสที่ชัดเจน รอจนกว่าตลาดจะยืนยันสมมติฐาน
- ให้กำไรวิ่งต่อไป ตัดขาดทุนอย่างรวดเร็ว
- เทรดด้วยขนาดพอสิชั่นที่เหมาะสม ไม่เสี่ยงมากเกินไป
- ไม่ยึดติดกับความคิดเดิม พร้อมปรับเปลี่ยนมุมมองตามสถานการณ์ตลาด
ทัศนคติ
- มีวินัยในการปฏิบัติตามระบบการเทรดอย่างเคร่งครัด
- อดทนรอโอกาสที่เหมาะสม ไม่เทรดเพียงเพราะรู้สึกเบื่อ
- ยอมรับความผิดพลาดและเรียนรู้จากมันอย่างรวดเร็ว
- มีความมั่นใจในความสามารถของตนเอง แต่ไม่หยิ่งยโส
- มองว่าการเทรดเป็นเกมที่ต้องเล่นอย่างฉลาดและมีกลยุทธ์
- ไม่ยึดติดกับความสำเร็จหรือความล้มเหลวในอดีต มุ่งมั่นกับปัจจุบันและอนาคต
- มีความกระหายที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
วิธีการทำงานที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

- ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลตลาดอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจเทรด
- จดบันทึกการเทรดอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์และปรับปรุง
- ทดสอบกลยุทธ์ใหม่ๆ ด้วยเงินทุนจำนวนน้อยก่อนใช้จริง
- ติดตามข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อตลาด
- ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นหลักในการตัดสินใจเทรด
- บริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม กำหนดจุดตัดขาดทุนไว้ล่วงหน้า
- ปรับขนาดการเทรดตามความมั่นใจและสภาพตลาด
แรงสนับสนุน
- ประสบการณ์การเทรดตั้งแต่อายุยังน้อยที่ bucket shop
- ความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวอย่างรวดเร็ว
- ความมุ่งมั่นและความอดทนในการพัฒนาทักษะการเทรด
- ความกล้าที่จะรับความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด
- ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์กดดัน
- เครือข่ายและความสัมพันธ์ในวงการการเงิน
- ความมั่งคั่งที่สะสมมาใช้เป็นทุนในการเทรด
ทักษะและความสามารถพิเศษ
ความสามารถที่โดดเด่น
- ความสามารถในการอ่านพฤติกรรมตลาดและจับจังหวะการเคลื่อนไหวของราคา
- ความสามารถในการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดในระยะยาว
- ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และจิตใจในขณะเทรด
- ความกล้าที่จะเข้าเทรดด้วยขนาดใหญ่เมื่อมั่นใจในโอกาส
- ความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบและมีเหตุผล
- ความจำที่แม่นยำในการจดจำรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา
- ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง
ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
- การวิเคราะห์ทางเทคนิคและการอ่านกราฟ
- การเทรดแบบ trend following
- การเทรดในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
- การใช้กลยุทธ์ short selling ในตลาดขาลง
- การบริหารความเสี่ยงและการจัดการเงินทุน
- การวิเคราะห์จิตวิทยามวลชนในตลาดการเงิน
- การเทรดในช่วงวิกฤตและความผันผวนสูง
ปรัชญาชีวิตและแรงบันดาลใจ
ปรัชญาชีวิตและแรงบันดาลใจของ Jesse Livermore สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่ลึกซึ้งต่อตลาดการเงินและชีวิต ประสบการณ์อันยาวนานในการเทรดทำให้เขาพัฒนาชุดความเชื่อและหลักการที่เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการทำงาน แม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จและความล้มเหลวมากมาย แต่ปรัชญาของเขาก็ยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเรียนรู้ ความอดทน และการรักษาวินัย

ปรัชญา ความเชื่อ และคติประจำใจ
สิ่งที่ยึดมั่นเชื่อถือ
- ตลาดมีเหตุผลของมันเอง ไม่มีใครฉลาดกว่าตลาด
- ความสำเร็จในการเทรดเกิดจากวินัยและความอดทน ไม่ใช่โชคหรือสัญชาตญาณ
- การเรียนรู้จากความผิดพลาดสำคัญกว่าการกลัวที่จะทำผิด
- ความรู้และประสบการณ์คือกุญแจสู่ความสำเร็จในการเทรด
- ตลาดไม่เคยผิด มีแต่ความคิดของเราที่ผิด
- การควบคุมอารมณ์สำคัญกว่าความฉลาดในการเทรด
- ความสำเร็จในระยะยาวเกิดจากการรักษาเงินทุนไว้ให้ได้ในช่วงที่ยากลำบาก
คำคมที่ชอบ
- “ไม่มีอะไรใหม่ในวอลล์สตรีท”
- “ตลาดไม่เคยผิด แต่ความคิดของคุณอาจผิดได้”
- “อย่าคาดหวังที่จะซื้อที่จุดต่ำสุดและขายที่จุดสูงสุด นั่นเป็นของคนโง่”
- “เงินที่สำคัญที่สุดในการเทรดคือเงินที่คุณไม่ได้เสียไป”
แนวคิดที่ยึดถือ
- การเทรดตามเทรนด์ของตลาด ไม่พยายามคาดเดาจุดกลับตัว
- การให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากกว่าการแสวงหาผลกำไร
- การรักษาวินัยในการปฏิบัติตามระบบการเทรดอย่างเคร่งครัด
วลีสร้างแรงบันดาลใจ

คำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น
- “ความสำเร็จในการเทรดไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่คุณทำได้ แต่วัดจากจำนวนเงินที่คุณเก็บรักษาไว้ได้”
- “เมื่อคุณรู้ว่าคุณผิด ออกจากตลาดทันที อย่ารอ”
- “ไม่มีอะไรใหม่ในวอลล์สตรีท การเก็งกำไรนั้นเก่าแก่เท่ากับภูเขา”
วลีเด็ดที่เป็นที่จดจำ
- “ตลาดมีเหตุผลของมันเอง”
- “อย่าเทรดด้วยความหวัง เทรดด้วยสิ่งที่คุณเห็น”
- “ความอดทนคือคุณธรรมที่สำคัญที่สุดของเทรดเดอร์”
อุปสรรคและบทเรียนชีวิต
ชีวิตของ Jesse Livermore เต็มไปด้วยความผันผวนทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว อุปสรรคและความท้าทายที่เขาเผชิญไม่เพียงแต่ทำให้เขาสูญเสียความมั่งคั่งหลายครั้ง แต่ยังสอนบทเรียนอันมีค่าเกี่ยวกับการเทรดและชีวิต การต่อสู้กับความล้มเหลว การเอาชนะอุปสรรค และการเรียนรู้จากความผิดพลาดเป็นส่วนสำคัญของเรื่องราวชีวิตของเขา

ความล้มเหลว ความผิดพลาดและบทเรียนชีวิต
ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด
- การสูญเสียความมั่งคั่งทั้งหมดหลายครั้งเนื่องจากการเทรดที่ผิดพลาด
- การไม่ปฏิบัติตามกฎการเทรดของตัวเองในบางครั้ง นำไปสู่การขาดทุนครั้งใหญ่
- การยอมให้อารมณ์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเทรดมากเกินไป
- การเทรดด้วยขนาดใหญ่เกินไปในบางครั้ง ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียมากเกินไป
- การไม่ตัดขาดทุนเร็วพอในบางสถานการณ์
- การพยายามเอาชนะตลาดมากเกินไป แทนที่จะเทรดตามเทรนด์
- การไม่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากพอในช่วงแรกของอาชีพ
แรงต่อต้าน
- การถูกห้ามเทรดที่ bucket shop ในบอสตันเนื่องจากประสบความสำเร็จมากเกินไป
- การเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์และความเกลียดชังจากสาธารณชนหลังจากทำกำไรมหาศาลในช่วงตลาดหุ้นตกปี 1929
- การต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ทำลายตลาดและเศรษฐกิจ
- การต่อสู้กับปัญหาสุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้าในช่วงท้ายของชีวิต
- การเผชิญกับความท้าทายในชีวิตส่วนตัว เช่น การหย่าร้างและปัญหาครอบครัว
- การต้องปรับตัวกับกฎระเบียบใหม่ของตลาดหลังจากการก่อตั้ง SEC ในปี 1934
- การถูกฟ้องร้องและเผชิญกับคดีความต่างๆ ตลอดอาชีพการเทรด
วิธีการก้าวข้ามอุปสรรค
- การเรียนรู้จากความผิดพลาดและปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดอย่างต่อเนื่อง
- การรักษาทัศนคติที่เป็นบวกและมุ่งมั่นแม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
- การพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดมากขึ้น
- การเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์และจิตใจในขณะเทรด
- การปรับตัวเข้ากับสภาพตลาดและกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงไป
- การสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ในวงการการเงินเพื่อสนับสนุนการทำงาน
- การมุ่งเน้นที่การเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
บทเรียนสำคัญของชีวิต
- ความสำเร็จในการเทรดเกิดจากวินัยและการปฏิบัติตามระบบอย่างเคร่งครัด
- การบริหารความเสี่ยงสำคัญกว่าการแสวงหาผลกำไรสูงสุด
- ความอดทนเป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
- การควบคุมอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญในการเทรดมากกว่าความฉลาด
- ไม่มีใครฉลาดกว่าตลาด การยอมรับความผิดพลาดและปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญ
- ความมั่งคั่งและความสำเร็จไม่ได้นำมาซึ่งความสุขเสมอไป
- การเรียนรู้จากความผิดพลาดสำคัญกว่าการกลัวที่จะทำผิด
จุดเปลี่ยนในชีวิต
เหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนแปลงชีวิต
- การออกจากบ้านเมื่ออายุ 14 ปีเพื่อเริ่มต้นอาชีพในวงการการเงิน
- การทำกำไรครั้งแรกจากการเทรดที่ bucket shop เมื่ออายุ 15 ปี
- การย้ายไปนิวยอร์กเพื่อเทรดในตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์จริงเมื่ออายุ 23 ปี
- การทำกำไรมหาศาลจากการชอร์ตขายหุ้นก่อนแผ่นดินไหวซานฟรานซิสโกปี 1906
- การทำกำไร 1 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวระหว่างวิกฤตการเงินปี 1907
- การทำกำไร 100 ล้านดอลลาร์จากการชอร์ตขายหุ้นก่อนตลาดหุ้นวอลล์สตรีทถล่มปี 1929
- การล้มละลายครั้งที่สามในปี 1934 หลังจากการก่อตั้ง SEC
ผลกระทบจากเหตุการณ์นั้น
- การออกจากบ้านทำให้เขาได้เริ่มต้นอาชีพในวงการการเงินและพัฒนาทักษะการเทรด
- ความสำเร็จในวัยเยาว์สร้างความมั่นใจและแรงบันดาลใจในการพัฒนาอาชีพการเทรด
- การย้ายไปนิวยอร์กเปิดโอกาสให้เขาได้เทรดในตลาดที่ใหญ่ขึ้นและสร้างเครือข่าย
- ความสำเร็จในการทำนายตลาดหุ้นตกสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือให้กับเขา
- การทำกำไรมหาศาลในปี 1929 ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในคนที่รวยที่สุดในโลก
- การล้มละลายครั้งสุดท้ายส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและนำไปสู่การเขียนหนังสือ
- ประสบการณ์ทั้งด้านบวกและลบช่วยหล่อหลอมปรัชญาการเทรดและมุมมองชีวิตของเขา
เจาะลึกตัวตน
Jesse Livermore เป็นบุคคลที่มีความซับซ้อนและน่าสนใจ การมองย้อนกลับไปในชีวิตของเขาเผยให้เห็นถึงบทเรียนสำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรดและชีวิตได้

วิเคราะห์ตัวตน
เจาะลึกตัวตน
- มีความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานสูง ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค
- มีความเฉลียวฉลาดและไหวพริบดี สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
- มีความกล้าเสี่ยงสูง แต่ก็รู้จักการบริหารความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด
- มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง บางครั้งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด
- มีความหลงใหลในการเทรดและตลาดการเงินอย่างลึกซึ้ง
แรงจูงใจ
- ความปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากความยากจนในวัยเด็ก
- ความต้องการพิสูจน์ตัวเองและความสามารถ
- ความท้าทายในการเอาชนะตลาดและคู่แข่ง
- ความหลงใหลในการค้นหาความจริงเกี่ยวกับกลไกของตลาด
การตัดสินใจ
- มักตัดสินใจบนพื้นฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิคและการสังเกตพฤติกรรมตลาด
- ให้ความสำคัญกับการรอจังหวะที่เหมาะสมมากกว่าการเทรดบ่อยๆ
- พร้อมที่จะเปลี่ยนความคิดเมื่อสถานการณ์ตลาดเปลี่ยนแปลง
- มีความกล้าในการตัดสินใจเด็ดขาดเมื่อเห็นโอกาสที่ดี
มุมมองต่อโลก
- มองว่าตลาดการเงินเป็นสนามแข่งขันที่ท้าทายและน่าตื่นเต้น
- เชื่อว่าความสำเร็จเกิดจากการทำงานหนักและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- มองว่าความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
- เชื่อในพลังของการวิเคราะห์และการใช้เหตุผลมากกว่าการเชื่อในโชคชะตา
แรงขับเคลื่อน
- ความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จและพิสูจน์คุณค่าของตนเอง
- ความท้าทายในการค้นหาวิธีการเทรดที่สมบูรณ์แบบ
- ความตื่นเต้นและความพึงพอใจจากการเอาชนะตลาด
- ความต้องการที่จะสร้างมรดกและชื่อเสียงในวงการการเงิน
วิสัยทัศน์
- มุ่งมั่นที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์
- ต้องการพัฒนาระบบการเทรดที่สมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- มองเห็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งมหาศาลจากตลาดการเงิน
- ต้องการสร้างมรดกทางความคิดและปรัชญาการเทรดที่ยั่งยืน
บุคลิกภาพ
- มีความมั่นใจในตนเองสูง บางครั้งอาจดูหยิ่งยโส
- มีความเด็ดขาดและกล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะในสถานการณ์กดดัน
- มีความอดทนสูงในการรอคอยโอกาสที่เหมาะสม
- มีความละเอียดรอบคอบและช่างสังเกต
ถ้าสามารถย้อนเวลาได้…
จะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไร
- ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากขึ้นตั้งแต่ต้นอาชีพ
- ควบคุมอารมณ์และความโลภให้ดีขึ้นในช่วงที่ประสบความสำเร็จ
- ไม่เทรดด้วยขนาดใหญ่เกินไปในบางครั้งที่นำไปสู่การสูญเสียครั้งใหญ่
- ใส่ใจกับชีวิตส่วนตัวและครอบครัวมากขึ้น ไม่ให้การเทรดครอบงำชีวิตทั้งหมด
บทเรียนจากอดีตสอนอะไรบ้าง

- ความสำเร็จและความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
- การมีระบบและวินัยในการเทรดสำคัญกว่าการพึ่งพาสัญชาตญาณหรือโชค
- การควบคุมอารมณ์เป็นทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับเทรดเดอร์
- ความมั่งคั่งและชื่อเสียงไม่ได้นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริงเสมอไป
บทสรุป
ชีวิตของ Jesse Livermore เป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งของความสำเร็จ ความล้มเหลว และการกลับมาผงาดอีกครั้ง ในฐานะหนึ่งในเทรดเดอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาได้ทิ้งมรดกทางความคิดและกลยุทธ์การเทรดที่ยังคงมีอิทธิพลต่อนักลงทุนจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าชีวิตของเขาจะจบลงอย่างน่าเศร้า แต่บทเรียนที่ได้จากประสบการณ์ของเขายังคงมีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จในตลาดการเงิน

ข้อคิดที่ได้จากชีวิต
สรุปบทเรียนสำคัญ
- ความสำเร็จในการเทรดเกิดจากวินัย ความอดทน และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- การบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญมากกว่าการแสวงหาผลกำไรสูงสุด
- การควบคุมอารมณ์เป็นทักษะที่สำคัญที่สุดสำหรับเทรดเดอร์
- ตลาดมีวัฏจักรและรูปแบบที่สามารถวิเคราะห์ได้ แต่ไม่มีใครฉลาดกว่าตลาด
แง่คิดที่ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้
- พัฒนาระบบการเทรดของตนเองและยึดมั่นในวินัยการเทรดอย่างเคร่งครัด
- ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและการรักษาเงินทุน
- ฝึกฝนการควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลในสถานการณ์กดดัน
- เรียนรู้จากความผิดพลาดและมองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง
- ศึกษาและวิเคราะห์ตลาดอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดที่จะเรียนรู้
- รักษาสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว
อนาคต
เป้าหมายในอนาคต
- การพัฒนาระบบการเทรดให้มีประสิทธิภาพและความแม่นยำมากขึ้น
- การถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์สู่เทรดเดอร์รุ่นใหม่
- การสร้างสถาบันหรือโรงเรียนสอนการเทรดที่มีคุณภาพ
- การเขียนหนังสือเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคและปรัชญาการเทรด
ความฝันที่ยังไม่สำเร็จ
- การสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนและไม่สูญเสียไปอีก
- การเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดการเงิน
- การสร้างระบบการเทรดที่สมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- การเขียนหนังสือที่กลายเป็นตำราคลาสสิกด้านการเทรดที่ใช้กันทั่วโลก
อิทธิพลหรือการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคม ต่อวัฒนธรรม ต่อประเทศ หรือต่อโลก
สิ่งที่ทิ้งไว้ให้โลก
- หลักการและกลยุทธ์การเทรดที่ยังคงมีอิทธิพลต่อเทรดเดอร์จนถึงปัจจุบัน
- หนังสือ “How to Trade in Stocks” ที่เป็นตำราคลาสสิกด้านการเทรด
- แรงบันดาลใจสำหรับหนังสือ “Reminiscences of a Stock Operator” ที่มีอิทธิพลอย่างมาก
- บทเรียนเกี่ยวกับความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน
ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
- การให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ทางเทคนิคในการเทรดมากขึ้น
- การพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพในวงการการเงิน
- การสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของจิตวิทยาการเทรด
- การผลักดันให้เกิดการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของตลาดมากขึ้น
ภาคผนวก
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
เรื่องราวน่าสนใจอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึงในเนื้อหาหลัก
- Livermore เคยถูกลักพาตัวและถูกขู่เอาเงินในปี 1932
- เขาเคยเป็นเจ้าของเรือยอชต์หรูและรถไฟส่วนตัว
- มีข่าวลือว่าเขาเคยเล่นการพนันในคาสิโนและชนะเงินมหาศาล
- เขาเคยมีความสัมพันธ์กับดาราภาพยนตร์และนักร้องที่มีชื่อเสียงหลายคน
- Livermore เคยทำนายการล่มสลายของตลาดหุ้นในปี 1929 ล่วงหน้าหลายเดือน
- เขาเคยพัฒนาระบบการเข้ารหัสลับสำหรับการส่งคำสั่งซื้อขาย
- มีการสร้างภาพยนตร์และละครโทรทัศน์หลายเรื่องที่ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตของเขา
คำพูดจากคนรอบข้าง
- “เขาเป็นเทรดเดอร์ที่มีสัญชาตญาณแม่นยำที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา” – Edwin Lefèvre, นักเขียน
- “Livermore มีความสามารถในการอ่านตลาดที่เหนือชั้นกว่าใครๆ” – Bernard Baruch, นักลงทุนและที่ปรึกษาประธานาธิบดี
- “เขาเป็นทั้งอัจฉริยะและคนบ้า ความสามารถของเขาน่าทึ่งแต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน” – ผู้ร่วมงานนิรนาม
เรื่องเหลือจะเชื่อ
- ในวันที่ตลาดหุ้นถล่มปี 1929 Livermore ทำกำไรได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว
- เขาเคยทำนายแผ่นดินไหวซานฟรานซิสโกปี 1906 และทำกำไรมหาศาลจากการชอร์ตขายหุ้น
- Livermore เคยครอบครองตลาดฝ้ายทั้งหมดของสหรัฐอเมริกาอย่างลับๆ
- เขาสามารถจดจำราคาหุ้นและแนวโน้มตลาดย้อนหลังได้หลายปีโดยไม่ต้องดูบันทึก
- ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด เขาสามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางของตลาดได้ด้วยการเทรดเพียงครั้งเดียว
ถ้าขาดบุคคลนี้ไปในโลก หรือถ้าไม่เคยมีตัวตนตั้งแต่แรก แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
- อาจไม่มีการพัฒนาเทคนิคการวิเคราะห์ทางเทคนิคบางอย่างที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
- วงการการเงินอาจขาดบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและจิตวิทยาการเทรด
- อาจไม่มีหนังสือคลาสสิกด้านการเทรดบางเล่มที่มีอิทธิพลต่อนักลงทุนหลายรุ่น
แหล่งอ้างอิง
- Wikipedia contributors. (2024). Jesse Livermore. In Wikipedia. https://en.wikipedia.org/wiki/Jesse_Livermore
- Jesse Livermore. (n.d.). Jesse Livermore: Boy Plunger. https://jesse-livermore.com/
- Kenton, W. (2022, October 19). Jesse L. Livermore: Education, stock trading, nickname. Investopedia. https://www.investopedia.com/terms/j/jesse-l-livermore.asp
- Covel, M. (n.d.). Jesse Livermore. Trend Following. https://www.trendfollowing.com/jesse_livermore/
- Trading Reviewers. (n.d.). Jesse Livermore: The volatile life of a legendary stock operator. https://www.tradingreviewers.com/jesse-livermore/

