เจริญ สิริวัฒนภักดี คือใคร
- เจริญ สิริวัฒนภักดี คือ หนึ่งในนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย โดยมีตำแหน่งสำคัญคือเป็นประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท TCC และไทยเบฟเวอเรจ
- ผู้เริ่มต้นจากเด็กชายลูกพ่อค้าหอยทอดที่จบการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สู่การเป็นมหาเศรษฐีระดับโลกและผู้นำธุรกิจที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของเอเชีย
- ปัจจุบันเขาถือเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย และเป็นผู้นำธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย

ความสำเร็จที่โดดเด่นของเขาคือ
- สร้างอาณาจักรธุรกิจเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยผ่านไทยเบฟเวอเรจ
- ขยายธุรกิจครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ทั้งค้าปลีก (เบอร์ลี่ ยุคเกอร์, บิ๊กซี) อสังหาริมทรัพย์และโรงแรม (แอสเสท เวิรด์)
- สร้างการเติบโตในระดับนานาชาติผ่านการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ย้อนประวัติครอบครัวของ เจริญ สิริวัฒนภักดี

- จุดเริ่มต้นของตำนานความสำเร็จเริ่มจากครอบครัวเล็กๆ ในย่านการค้าสำคัญของกรุงเทพมหานคร
- เมื่อเด็กชายจากครอบครัวผู้ขายหอยทอดได้เติบโตท่ามกลางความยากลำบากแต่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและการอบรมสั่งสอนที่ดี
- แม้ครอบครัวจะมีฐานะยากจน แต่พ่อแม่ได้ปลูกฝังค่านิยมเรื่องความขยัน อดทน และการพึ่งพาตนเอง
- ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างอาณาจักรธุรกิจในเวลาต่อมา
- การเติบโตในชุมชนการค้าทำให้เขาได้ซึมซับและเรียนรู้วิถีการค้าขายตั้งแต่เยาว์วัย นับเป็นโรงเรียนชีวิตที่ไม่มีในตำราเรียน
ข้อมูลส่วนตัว
- เจริญ สิริวัฒนภักดี
- ชื่อจีน: โซวเคียกเม้ง
- เกิดวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2487 ที่จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารในบริษัทชั้นนำหลายแห่ง ได้แก่
- บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
- บริษัท สุรามหาราษฎร จำกัด (มหาชน)
- บริษัท ทีซีซี กรุ๊ป
- บริษัท มิลเลียไลฟ์ อินชัวรัส์ จำกัด (มหาชน)
ครอบครัว พ่อแม่และพี่น้อง
- บิดา: นายติ่งเลี้ยง แซ่โซว (อาชีพขายหอยทอด)
- มารดา: นางเซียงเต็ง แซ่แต้
- พี่น้อง: เป็นบุตรชายคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 11 คน (ชาย 6 คน หญิง 5 คน)
ครอบครัวและการสมรส

- ภรรยา: คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี (บุตรสาวของเจ้าสัวกึ้งจู แซ่จิว)
- บุตร: มีบุตร 5 คน ได้แก่
- นางอาทินันท์ พีชานนท์
- นางวัลลภา ไตรโสรัส
- นายฐาปน สิริวัฒนภักดี
- นางฐาปนี เตชะเจริญวิกุล
- นายปณต สิริวัฒนภักดี
พื้นฐานครอบครัวและการเลี้ยงดู
- ครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋วที่มีฐานะยากจน
- บิดาประกอบอาชีพขายหอยทอดในซอยติดกับโรงเรียนเผยอิง ย่านจักรวรรดิ
- ครอบครัวปลูกฝังค่านิยมเรื่องความขยัน อดทน และการพึ่งพาตนเอง
การย้ายถิ่นฐานและที่อยู่อาศัย
- เติบโตในย่านการค้าสำคัญของกรุงเทพฯ บริเวณถนนจักรวรรดิ ซึ่งเป็นย่านชุมชนชาวจีนที่ค้าขาย
- อาศัยอยู่ในบ้านเช่าหลังเล็กๆ ในชุมชนแออัด
ลักษณะการเลี้ยงดู
- ได้รับการอบรมสั่งสอนตามแบบครอบครัวจีนที่เน้นความกตัญญู ขยัน อดทน
- ต้องช่วยครอบครัวทำมาหากินตั้งแต่เด็ก ทำให้มีประสบการณ์ด้านการค้าตั้งแต่อายุน้อย
- ได้รับการปลูกฝังเรื่องความซื่อสัตย์และการรู้จักประหยัด

เจาะลึกตัวตนของ เจริญ สิริวัฒนภักดี
- นอกเหนือจากภาพลักษณ์ของนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ เขาคือผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและความกล้าที่จะตัดสินใจในจังหวะสำคัญ
- หลายครั้งที่การตัดสินใจของเขาสวนทางกับกระแสหลัก แต่กลับพิสูจน์ให้เห็นถึงความแหลมคมทางธุรกิจ ความเป็นผู้นำที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและแนวทางการบริหารที่ยึดมั่นในหลักการ
- ทำให้เขาได้รับการยอมรับจากทั้งวงการธุรกิจและสังคมในวงกว้าง

วิสัยทัศน์
- มีความสามารถในการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ
- กล้าตัดสินใจลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ
- มุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
แรงจูงใจ
- ต้องการยกระดับฐานะของครอบครัว
- มุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จด้วยความสามารถของตนเอง
- ต้องการสร้างธุรกิจที่มั่นคงเพื่อส่งต่อให้รุ่นต่อไป
การตัดสินใจ
- รอบคอบในการตัดสินใจ แต่กล้าได้กล้าเสียเมื่อเห็นโอกาส
- ใช้ประสบการณ์และสัญชาตญาณทางธุรกิจประกอบการตัดสินใจ
- ให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
จุดเริ่มต้น สำหรับเจริญ สิริวัฒนภักดี

- เริ่มต้นจากการเป็นเด็กน้อยที่ต้องช่วยครอบครัวค้าขาย แต่ด้วยความขยันและความฉลาดในการมองหาโอกาสอยู่เสมอ
- ทำให้เขาค่อยๆ เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ทางธุรกิจ จากการขายสลากกินแบ่งและของเล่นเล็กๆ น้อยๆ สู่การเป็นผู้ส่งสินค้าให้โรงงานสุรา ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต
- การได้เรียนรู้และทำความเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้งในทุกขั้นตอน ทำให้เขาสามารถมองเห็นโอกาสและช่องทางในการพัฒนาธุรกิจที่คนอื่นอาจมองข้าม
จุดเริ่มต้นอาชีพ
- เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 9 ขวบ โดยขายสลากกินแบ่ง
- อายุ 11 ปี รับจ้างเข็นรถส่งสินค้าในย่านสำเพ็ง
- อายุ 17 ปี เริ่มทำงานกับบริษัทที่จัดส่งสินค้าให้โรงงานสุราบางยี่ขัน
แรงบันดาลใจและเป้าหมายชีวิต
- ต้องการให้ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
- มุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ
- ต้องการสร้างธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน
การศึกษาของ เจริญ สิริวัฒนภักดี

- พ.ศ. 2487 – เกิดที่จังหวัดพระนคร (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) ประเทศไทย
- พ.ศ. 2492 – เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนเผยอิง ย่านถนนจักรวรรดิ กรุงเทพฯ
- พ.ศ. 2500 – จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนเผยอิง หลังจากใช้เวลาเรียนนานถึง 8 ปี เนื่องจากต้องช่วยครอบครัวทำงานและหาเลี้ยงชีพไปด้วย
- พ.ศ. 2548 – สำเร็จหลักสูตร Directors Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 45/2548 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
- พ.ศ. 2550 – ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
- พ.ศ. 2553 – ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจ จากวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
- พ.ศ. 2553 – ได้รับปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
- พ.ศ. 2553 – ได้รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
- พ.ศ. 2553 – ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
- พ.ศ. 2553 – ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
- พ.ศ. 2553 – ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
- พ.ศ. 2553 – ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาบริหารธุรกิจการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้
- พ.ศ. 2554 – ได้รับปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการตลาด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
- พ.ศ. 2554 – ได้รับปริญญาพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
- พ.ศ. 2555 – ได้รับปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- พ.ศ. 2555 – ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยคริสเตียน
- พ.ศ. 2556 – ได้รับปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
- พ.ศ. 2557 – ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทั้งหมดที่ได้รับ เป็นปริญญาเกียรติยศที่สถาบันการศึกษามอบให้เพื่อเชิดชูเกียรติแก่ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ในสาขาวิชานั้นๆ และทำคุณประโยชน์ต่อสังคม โดยไม่จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม แต่เป็นการยกย่องตามคุณความดีความชอบ
จาก timeline จะเห็นว่า แม้คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี จะมีพื้นฐานการศึกษาในระบบค่อนข้างน้อย แต่ด้วยความสามารถในการบริหารธุรกิจจนประสบความสำเร็จสูงสุด และสร้างประโยชน์ต่อสังคมโดดเด่น ทำให้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากสถาบันต่างๆ มากกว่า 10 แห่ง เพื่อเป็นเกียรติแก่ความรู้ความสามารถของท่าน โดยส่วนใหญ่จะเป็นปริญญาทางด้านบริหารจัดการและธุรกิจที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของท่าน
เรื่องราวการทำงานของ เจริญ สิริวัฒนภักดี
เส้นทางการทำงานของเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นเรื่องราวแห่งความมุ่งมั่นและความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในการเป็นเด็กขายของ สู่การเป็นผู้บริหารธุรกิจระดับโลก

พ.ศ. 2498 (อายุ 11 ปี)
- เริ่มทำงานรับจ้างเป็นเด็กเข็นรถส่งสินค้าตามร้านค้าย่านสำเพ็ง ทรงวาด
- หาบขายของเป็นพ่อค้าหาบเร่
พ.ศ. 2504 (อายุ 17 ปี)
- เข้าเป็นลูกจ้างของบริษัท ย่งฮะเส็ง และห้างหุ้นส่วนจำกัด แพนอินเตอร์ ซึ่งเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้โรงงานสุราบางยี่ขัน
- ได้ทำความรู้จักและเป็นผู้ใกล้ชิดกับ นายจุล กาญจนลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญการปรุงรสสุรา โดยเฉพาะสูตร “แม่โขง” และ นายเถลิง เหล่าจินดา ผู้มีอำนาจในการจัดซื้อของโรงงาน
พ.ศ. 2505 (อายุ 18 ปี)
- ได้รับความไว้วางใจจาก นายเถลิง ให้เป็นซัพพลายเออร์ส่งสินค้าให้โรงงานสุราบางยี่ขันโดยตรง
พ.ศ. 2518 (อายุ 31 ปี)
- ร่วมกับนายเถลิง เหล่าจินดาเข้าซื้อกิจการ บริษัท ธารน้ำทิพย์ ผู้ผลิตสุรา “ธาราวิสกี้” ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดทุน
พ.ศ. 2525 (อายุ 38 ปี)
- เมื่อนายเถลิง เหล่าจินดา ตัดสินใจวางมือ คุณเจริญได้เข้ามาบริหารจัดการกิจการแทนอย่างเต็มตัว
พ.ศ. 2529 (อายุ 42 ปี)
- ขยายเข้าสู่ธุรกิจธนาคารและการเงิน โดยเข้าไปถือหุ้นใน ธนาคารมหานคร, บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาธนกิจ, บริษัทอาคเนย์ประกันภัย และอีกหลายกิจการ
พ.ศ. 2530 (อายุ 43 ปี)
- เข้ายึดครองและเทคโอเวอร์กลุ่มสุรามหาราษฎร์จากตระกูลเตชะไพบูลย์ได้สำเร็จ
- ขณะเดียวกัน พ่อตาของเจริญ (นายกึ้งจู แซ่จิว) ก็เข้ายึดกิจการบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาธนกิจจากตระกูลเตชะไพบูลย์อีกสายได้เช่นกัน ส่งผลให้คุณเจริญสามารถผนึกกำลังธุรกิจสุราและการเงินเข้าด้วยกัน
พ.ศ. 2531 (อายุ 44 ปี)
- ก่อตั้งบริษัทเบียร์ไทย (1991) ผลิตเบียร์ช้าง โดยร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติ
พ.ศ. 2537 (อายุ 50 ปี)
- ซื้อกิจการกลุ่มโรงแรมอิมพีเรียลจากนายอากร ฮุนตระกูล
พ.ศ. 2546 (อายุ 59 ปี)
- จัดตั้ง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็น Holding Company ของธุรกิจเครื่องดื่มทั้งหมด
พ.ศ. 2549 (อายุ 62 ปี)
- เข้าซื้อกิจการเครื่องดื่มชาเขียว โออิชิ กรีนที ด้วยมูลค่า 3,610 ล้านบาท จากนายตัน ภาสกรนที
พ.ศ. 2550 (อายุ 63 ปี)
- เข้าซื้อหุ้นในไอทีวี
พ.ศ. 2551 (อายุ 64 ปี)
- ซื้ออาคารชุดสำนักงานจากตึกเนชั่นทาวเวอร์ 13,500 ล้านบาท
พ.ศ. 2553 (อายุ 66 ปี)
- เข้าซื้อหุ้น บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มบรรจุขวด จากเครือปูนซีเมนต์ไทย
พ.ศ. 2559 (อายุ 72 ปี)
- Groupe Casino บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของฝรั่งเศส ขายธุรกิจค้าปลีก ห้างบิ๊กซี ในไทยให้กลุ่มเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ของเครือเจริญ สิริวัฒนภักดี ด้วยมูลค่า 3.1 พันล้านยูโร (ประมาณ 122,000 ล้านบาท)
พ.ศ. 2560 (อายุ 73 ปี)
- ปิดดีลเข้าซื้อกิจการโรงแรมในเครือแมริออทบางส่วน เช่น The Athenee Hotel, Okura Prestige Hotel, Marriott Marquis Queens Park Hotel ในมูลค่า 11,000 ล้านบาท
พ.ศ. 2561 (อายุ 74 ปี)
- เข้าซื้อหุ้นกลุ่ม เซ็นทรัล เวิลด์ จากเครือเซ็นทรัล เป็นเงิน 13,000 ล้านบาท
พ.ศ. 2562 (อายุ 75 ปี)
- เข้าครอบครองธนาคารธนชาต จากกลุ่มนายบัญชา เบญจรงคกุล ผ่านบริษัทแอสเสท เวิรด์ คอร์ป
- บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป หรือ AWC ทุ่มเงินซื้อหุ้นโรงแรมในเครือ “โฟร์ซีซั่นส์ รีสอร์ท” จำนวน 6 แห่งในไทย บริหารโดย ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท
พ.ศ. 2563 – ปัจจุบัน (อายุ 76 – 80 ปี)
- ยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการบริหารในหลายบริษัทชั้นนำในเครือเจริญ สิริวัฒนภักดี เช่น
- ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการ บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
- ประธานกรรมการ บริษัท เบียร์ไทย (1991) จำกัด (มหาชน) ฯลฯ
- ในปี 2565 นิตยสาร Forbes จัดอันดับ “50 ผู้นำธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย” คุณเจริญติดอันดับ 25 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวม 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากเส้นทางธุรกิจที่ผ่านมา ถือได้ว่าคุณ เจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นนักธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์ ความขยัน อดทนและมุ่งมั่นตั้งแต่เยาว์วัย จากพ่อค้าหาบเร่ จนสามารถสร้างเครืออาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมหลากหลายกลุ่ม ทั้ง สุรา-เบียร์ ชา กาแฟ เครื่องดื่ม ห้างค้าปลีก เช่น บิ๊กซี ท็อปส์ โรงแรม-รีสอร์ท อสังหาริมทรัพย์ การเงิน ประกันภัย-ประกันชีวิต สื่อและสถานีโทรทัศน์ และยังไม่หยุดขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย
การก่อตั้งบริษัทของ เจริญ สิริวัฒนภักดี

การสร้างอาณาจักรธุรกิจของเจริญ สิริวัฒนภักดี แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการมองเห็นโอกาสและการบริหารจัดการในระดับสูง จากการเริ่มต้นด้วยธุรกิจสุราที่คุ้นเคย เขาได้ค่อยๆ ขยายกิจการไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างชาญฉลาด การก่อตั้งบริษัทต่างๆ ภายใต้กลุ่ม TCC และไทยเบฟเวอเรจ
ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ทางธุรกิจ แต่ยังสะท้อนความสามารถในการสร้างและบริหารองค์กรขนาดใหญ่ การวางโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและการเลือกลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ ทำให้กลุ่มบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
- พ.ศ. 2518 – ร่วมกับนายเถลิง เหล่าจินดา ก่อตั้ง บริษัท แสงโสม จำกัด เพื่อเข้าซื้อกิจการโรงงานสุรา “ธารน้ำทิพย์” ผู้ผลิต “ธาราวิสกี้” ที่กำลังประสบปัญหาขาดทุน ถือเป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่ธุรกิจสุราอย่างเต็มตัวของคุณเจริญ
- พ.ศ. 2531 – ร่วมทุนกับบริษัทเดนมาร์กก่อตั้ง บริษัท เบียร์ไทย (1991) จำกัด เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ตรา “คาร์ลสเบิร์ก” ปูพื้นฐานเข้าสู่ตลาดเบียร์ในประเทศไทย
- พ.ศ. 2542 – ก่อตั้งบริษัท สุรากระทิงแดง จำกัด เพื่อผลิตและจำหน่ายสุราขาว ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แก่นขวัญ จำกัด
- พ.ศ. 2546 – จัดตั้ง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็น Holding Company ควบคุมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมดในเครือ โดยมีเจริญเป็นประธานกรรมการบริหาร
- ภายใต้ไทยเบฟฯ มีการตั้งบริษัทย่อยเพิ่มเติม เช่น บริษัท เบียร์ช้าง จำกัด, บริษัท คอสมอส บริวเวอรี่ จำกัด, บริษัท เบียร์ทิพย์ บริวเวอรี่ (1991) จำกัด ฯลฯ เพื่อผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์ต่างๆ เช่น เบียร์ช้าง, เบียร์ช้างไลท์, เบียร์อาชา, เบียร์เฟดเดอร์บรอย, สุราแสงโสม, สุราขาวแสงโสม ฯลฯ
- พ.ศ. 2549 – ก่อตั้งบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หลังเทคโอเวอร์กิจการเครื่องดื่มชาเขียวโออิชิ ขยายธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม ชาพร้อมดื่ม อาหารพร้อมปรุงและพร้อมทาน รวมทั้งธุรกิจร้านอาหารที่บริหารงานโดยบริษัทและแฟรนไชส์
- พ.ศ. 2559 – กลุ่ม TCC Holding ของคุณเจริญ เข้าซื้อกิจการห้างค้าปลีก “บิ๊กซี” จากบริษัท Groupe Casino ในฝรั่งเศส ด้วยมูลค่า 3.1 พันล้านยูโร (ประมาณ 122,000 ล้านบาท) ผ่านบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC
- พ.ศ. 2561 – จัดตั้ง 3 บริษัทย่อยภายใต้ชื่อ Asset World เพื่อควบคุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม ได้แก่
- บริษัท แอสเสท เวิรด์ รีเทล จำกัด ควบคุมกลุ่มอสังหาฯประเภทค้าปลีก เช่น ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์, คอมมูนิตี้มอลล์ พันทิป, ตลาดนัดเลียบด่วน, ตลาดนัดรถไฟรัชดา, เดอะ เมกะ บางนา ฯลฯ
- บริษัท แอสเสท เวิรด์ เวนเจอร์ จำกัด ควบคุมธุรกิจบ้านจัดสรรระดับลักชัวรี่ และเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์
- บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ควบคุมธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท อาคารสำนักงาน ทั้งโรงแรมที่ลงทุนและพัฒนาเอง รวมถึงกิจการที่ซื้อมาจากโรงแรมในเครือแมริออท, บันยันทรี, ฮิลตัน, โอกุระ และไมเนอร์
- พ.ศ. 2561 – ก่อตั้ง บริษัท เอเชีย บุ๊คส จำกัด เป็น Chain ร้านหนังสือที่มีสาขาอยู่ตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังกว่า 60 สาขาทั่วประเทศ
- พ.ศ. 2561 – จัดตั้งบริษัท กูร์เมต์ ฟูด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด เพื่อธุรกิจร้านกาแฟ “วาวี” โดยต่อมาได้ควบรวมกิจการเข้ากับกลุ่มโออิชิ
- พ.ศ. 2562 – บริษัท แอสเสท เวิรด์ รีเทล จัดตั้งบริษัทย่อย “แพลทตินั่ม กรุ๊ป” เพื่อบริหารธุรกิจศูนย์ค้าส่ง-ปลีกสินค้าแฟชั่น
- พ.ศ. 2563 – AWC เข้าซื้อธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เพื่อต่อยอดธุรกิจการเงิน และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “แอล เอช ไฟแนนเชียล กรุ๊ป”
จากประวัติการก่อตั้งบริษัทต่างๆ ของคุณเจริญ จะเห็นได้ว่าเริ่มต้นจากธุรกิจสุราและเบียร์ที่เป็นจุดแข็ง แล้วขยายไปสู่ธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องอย่างรวดเร็ว ได้แก่ เครื่องดื่มชาเขียว กาแฟ ร้านอาหาร ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม จนถึงการเงินและประกันภัย โดยใช้ชื่อเครือเจริญ สิริวัฒนภักดี TCC หรือ AWC ในการถือหุ้นบริษัทลูกต่างๆ
แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความสามารถในการสร้างเครือธุรกิจที่หลากหลายประเภท มีการบริหารจัดการแบบครบวงจรตั้งแต่ผู้ผลิตสินค้า กระจายสินค้าไปยังห้างค้าปลีก พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว ใช้เงินลงทุนมหาศาลเพื่อซื้อกิจการใหม่ๆและแย่งยึดส่วนแบ่งการตลาด จนปัจจุบันเครืออาณาจักรของเจริญ สิริวัฒนภักดีมีมูลค่าสินทรัพย์รวมหลายแสนล้านบาท
เส้นทางสู่ความสำเร็จ

เส้นทางสู่ความสำเร็จของเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจของชายผู้เริ่มต้นจากมือเปล่า จากเด็กขายสลากกินแบ่งสู่การเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก ด้วยความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และความกล้าตัดสินใจในจังหวะสำคัญ ทำให้เขาสามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่กำลังไล่ตามความฝันของตนเอง
พ.ศ. 2496 (อายุ 9 ปี)
- เริ่มทำงานครั้งแรกด้วยการขายสลากกินแบ่ง
- เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ใช้เวลา 8 ปีจึงจบ ป.4
พ.ศ. 2498 (อายุ 11 ปี)
- รับจ้างเข็นรถส่งสินค้าในย่านสำเพ็ง
พ.ศ. 2504 (อายุ 17 ปี)
- จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ: เริ่มทำงานกับบริษัทที่จัดส่งสินค้าให้โรงงานสุราบางยี่ขัน
- ได้รู้จักกับนายจุล กาญจนลักษณ์ และนายเถลิง เหล่าจินดา
พ.ศ. 2525-2542
- เข้าบริหารกิจการสุราอย่างเต็มตัว
- ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเบียร์
- เริ่มธุรกิจธนาคารและการเงิน
พ.ศ. 2540
- เผชิญวิกฤตต้มยำกุ้ง สูญเสียธนาคารมหานคร
- ต้องปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
พ.ศ. 2542-ปัจจุบัน
- ก่อตั้งบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
- ขยายธุรกิจสู่ธุรกิจค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม
- ลงทุนในต่างประเทศผ่านการซื้อกิจการขนาดใหญ่
พ.ศ. 2563
- เผชิญวิกฤตโควิด-19 ที่กระทบธุรกิจโรงแรมและค้าปลีก
- ปรับตัวสู่ดิจิทัลและช่องทางออนไลน์
- มุ่งเน้นการช่วยเหลือสังคมในช่วงวิกฤต
ปัจจุบัน
- เป็นผู้นำในธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์
- บริหารธุรกิจค้าปลีกผ่านเบอร์ลี่ ยุคเกอร์และบิ๊กซี
- พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมระดับพรีเมียมผ่าน แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น
- ขยายการลงทุนในระดับภูมิภาคผ่านเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้
จุดที่ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
1. การสร้างไทยเบฟเวอเรจให้เป็นผู้นำตลาด
- ครองส่วนแบ่งตลาดสุราในไทยมากกว่า 90%
- สร้างแบรนด์เบียร์ช้างให้ประสบความสำเร็จระดับนานาชาติ
- ขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศในอาเซียน
2. การขยายอาณาจักรธุรกิจ
- ซื้อกิจการบิ๊กซีมูลค่ามหาศาลผ่านเบอร์ลี่ ยุคเกอร์
- พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ผ่านแอสเสท เวิรด์
- ลงทุนในต่างประเทศผ่านเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้
3. การพลิกวิกฤตเป็นโอกาส
- ผ่านวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่ต้องสูญเสียธนาคารมหานคร
- ปรับตัวรับวิกฤตโควิด-19 ด้วยการพัฒนาช่องทางดิจิทัล
- เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ
ปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตมากที่สุด

การเริ่มต้นจากธุรกิจที่เข้าใจ
- เริ่มจากธุรกิจสุราที่มีประสบการณ์ตรง
- ค่อยๆ เรียนรู้และพัฒนาธุรกิจอย่างลึกซึ้ง
- ใช้ความเชี่ยวชาญเป็นฐานในการขยายกิจการ
หลักการทำงานและการดำเนินชีวิต
- ยึดหลัก “อดทน เสียสละ เงียบ และร่าเริง”
- มีความซื่อสัตย์และจริยธรรมในการทำธุรกิจ
- รักษาความเรียบง่ายแม้ประสบความสำเร็จ
การบริหารความสัมพันธ์
- สร้างและรักษาความสัมพันธ์กับพันธมิตรธุรกิจ
- ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงาน
- รักษาสมดุลระหว่างธุรกิจและครอบครัว
วิสัยทัศน์และการปรับตัว
- กล้าตัดสินใจลงทุนในโอกาสใหม่ๆ
- พร้อมปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
- มองการณ์ไกลในการวางแผนธุรกิจ
ความรับผิดชอบต่อสังคม
- ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคม
- สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์
- สร้างงานและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเจริญ สิริวัฒนภักดี

“ผลงานที่โดดเด่นเหล่านี้สะท้อนความสามารถของคุณเจริญ ในการสร้างแบรนด์สินค้าให้ประสบความสำเร็จ” มีความแหลมคมท้าทายในการแข่งขันทางธุรกิจ บุกเบิกเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆอย่างรวดเร็วและครอบคลุม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์และการกระจายความเสี่ยง ด้วยการใช้เงินทุนมหาศาล กล้าได้กล้าเสียแบบมหาเศรษฐี จึงสามารถสร้างเครืออาณาจักรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งจนเป็นที่ยอมรับ ติดอันดับเศรษฐีระดับโลกมาได้ในที่สุด
อันดับ 1: การสร้างแบรนด์เบียร์ช้างจนประสบความสำเร็จ
เจริญเป็นผู้บุกเบิกตลาดเบียร์ในประเทศไทย โดยก่อตั้งบริษัทไทยเบฟเวอเรจและสร้างแบรนด์เบียร์ช้างขึ้นมาแข่งขันกับเบียร์สิงห์ จนทำให้เบียร์ช้างกลายเป็นแบรนด์เบียร์อันดับ 1 ของประเทศ มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 40% และทำรายได้อย่างมหาศาล
อันดับ 2: การยึดธุรกิจกลุ่มสุรามหาราษฎร
สามารถยึดกิจการผลิตสุรารายใหญ่อันดับหนึ่งอย่างกลุ่มสุรามหาราษฎรจากตระกูลเตชะไพบูลย์ได้สำเร็จในปี 2530 ด้วยการวางกลยุทธ์เข้าครอบครองหุ้นควบคุมอย่างแยบยล ทำให้เจริญกลายเป็นผู้นำตลาดสุราแทบจะทั้งหมดในเวลาต่อมา
อันดับ 3: การขยายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์
ได้ซื้อกิจการเครื่องดื่มชาเขียวชั้นนำอย่างโออิชิมาพัฒนาต่อ และสร้างแบรนด์ใหม่ๆเพิ่มเติม เช่น เครื่องดื่มน้ำดื่มคริสตัล น้ำแร่มองต์เฟลอ น้ำอัดลมเอส และกาแฟพร้อมดื่มวาวี จนทำให้ไทยเบฟฯเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มที่ครอบคลุมเกือบทุกประเภท
อันดับ 4: การเข้าตลาดหุ้นต่างประเทศ
พยายามนำบริษัทไทยเบฟฯเข้าตลาดหลักทรัพย์ไทย แต่ไม่ได้รับการยอมรับในประเด็นจริยธรรม เขาจึงไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์แทนในปี 2549 และได้ระดมทุนถึง 1,400 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ กลายเป็นบริษัทไทยที่ทำ IPO ในต่างประเทศสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
อันดับ 5: การสร้างแลนด์มาร์กอสังหาริมทรัพย์
ลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯระดับ Luxury มากมาย เช่น โครงการมิกซ์ยูส One Bangkok บนที่ดินหลังสวนลุมพินี, ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์, ไอคอนสยาม, คอนโดหรู Athenee Residence, หมู่บ้านแนวราบ The Forestias ฯลฯ โดยใช้เม็ดเงินกว่า 1.2 แสนล้านบาท กลายเป็นแลนด์มาร์กระดับไฮเอนด์ประจำกรุงเทพฯ
อันดับ 6: การครอบครองธุรกิจค้าปลีก
การซื้อกิจการค้าปลีก ห้างบิ๊กซี จากบริษัทคาสิโน กรุ๊ป ในฝรั่งเศสมาพัฒนาต่อ พร้อมเปิดแบรนด์ค้าปลีกแนวใหม่ เช่น GO! Marketplace, บิ๊กซี มินิ, บิ๊กซี ฟู้ดเซอร์วิส ฯลฯ ปัจจุบันกลุ่มบิ๊กซีมีรายได้รวมกว่า 1.4 แสนล้านบาทต่อปี
อันดับ 7: การซื้อกิจการเชนโรงแรมจากต่างชาติ
เขาได้ใช้เงินกว่า 2 หมื่นล้านบาทซื้อกิจการโรงแรมหรูในเครืออินเตอร์เนชันแนลแบรนด์ เช่น แมริออท, โอกุระ เพรสทีจ, ดับเบิ้ลยู, ลา รีสิเดนซ์ ฯลฯ มาไว้ในครอบครอง ทำให้ปัจจุบัน AWC เป็นเจ้าของโรงแรมมากกว่า 6,000 ห้องในประเทศไทย
อันดับ 8: การซื้อหุ้นธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ AWC
ทุ่มเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาทเข้าซื้อหุ้นจนได้สัดส่วนถึง 57% ของธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และเปลี่ยนชื่อเป็น แอล เอช ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (LHFG) นับเป็นการเข้าสู่ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ครั้งสำคัญ ที่จะต่อยอดไปสู่ธุรกิจการเงินแบบครบวงจร
อันดับ 9: การสนับสนุนสังคมผ่านมูลนิธิ
เจริญตั้งมูลนิธิสิริวัฒนภักดี ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมากมาย เช่น การสร้างอาคารเรียน โรงพยาบาล วิหารวัด ให้ทุนการศึกษา บริจาคช่วยชุมชนผู้ด้อยโอกาส และฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติ มีเม็ดเงินบริจาคกว่า 100 ล้านบาทต่อปี
อันดับ 10: การขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
เครือเจริญขยายการลงทุนในต่างประเทศมากมาย เช่น สปอนเซอร์สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตันในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ, ลงทุนธุรกิจอสังหาฯในเวียดนาม ฮ่องกง จีน, โรงกลั่นสุราในสกอตแลนด์ จีน สิงคโปร์, โรงงานผลิตเครื่องดื่มในเมียนมา ฯลฯ แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ระดับโลก
ลงทุนแบบ เจริญ สิริวัฒนภักดี

เจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นตำนานนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกับความรอบคอบในการตัดสินใจ
จากการเริ่มต้นลงทุนในธุรกิจที่ตนเองเข้าใจอย่างถ่องแท้ สู่การขยายอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ด้วยหลักการลงทุนที่ชัดเจนและยึดมั่นในจริยธรรม
เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการลงทุนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากการวางแผนที่ดีและการบริหารความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด
เริ่มต้นจากธุรกิจที่ตัวเองถนัด
- เจริญเริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างในบริษัทที่ส่งสินค้าให้โรงงานสุรา จนค่อยๆ เรียนรู้งานและก้าวขึ้นมาบริหารธุรกิจสุราเอง ใช้ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมเป็นฐานปักหลักทำกำไร
กล้าได้กล้าเสีย ท้าทายคู่แข่ง
- การออกเบียร์ช้างมาแข่งกับเบียร์สิงห์ จนทำให้แบรนด์เจ้าตลาดเกือบล้มละลาย ต้องปรับตัวตาม แสดงให้เห็นความกล้าได้กล้าเสียในการทำธุรกิจของเจริญ
ใช้กลยุทธ์ครองใจตลาดล่าง
- เบียร์ช้างใช้กลยุทธ์ราคาถูก จับกลุ่มผู้บริโภครากหญ้า เน้นตลาดต่างจังหวัด การขายเหมาลดแลกแจกแถม ทำให้ได้ยอดขายมหาศาลจากคนกลุ่มใหญ่
หาพันธมิตรที่แข็งแกร่ง
- เจริญร่วมทุนและดึงพันธมิตรทั้งไทยและเทศเข้ามาหนุนในธุรกิจต่างๆ เช่น เดนมาร์กในตลาดเบียร์ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ในธุรกิจอาหารและอสังหาฯ ช่วยแบ่งเบาภาระการลงทุน
กระจายความเสี่ยงในธุรกิจหลากหลาย
- จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เจริญขยายไปทำอาหารและเครื่องดื่มประเภทอื่น รวมถึงค้าปลีก อสังหาฯ การเงิน ฯลฯ เพื่อลดความเสี่ยงหากธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมีปัญหา
ไม่หยุดพัฒนาและขยายกิจการ
- แม้ประสบความสำเร็จถึงขีดสุดแล้ว เจริญก็ยังคงมองหาโอกาสขยายธุรกิจใหม่ๆ ไม่หยุดนิ่ง ทั้งการเปิดแบรนด์ใหม่และเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพมาพัฒนาต่อ
ดึงคนเก่งและคนที่ไว้ใจได้มาร่วมงาน
- เจริญให้ความสำคัญกับการสร้างทีมบริหารที่เก่งและซื่อสัตย์ โดยเฉพาะการดึงลูกๆ เข้ามาช่วยบริหารตามความถนัดและมอบหมายงานสำคัญให้
รู้จักใช้เครือข่ายบุญคุณ
- เจริญสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใหญ่ที่ช่วยเหลือธุรกิจ รู้จักทดแทนบุญคุณ ทำให้ได้รับการสนับสนุนที่ดีจากผู้มีอิทธิพลในวงการต่างๆ
มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลระดับโลก
- ไม่ใช่แค่ในประเทศ เจริญยังมองการลงทุนในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งการส่งสินค้าออก การเปิดสาขาในต่างแดน รวมถึงการเข้าซื้อหุ้นและซื้อกิจการในหลายประเทศ
รู้จักตอบแทนสังคม
- เจริญตั้งมูลนิธิการกุศลคืนกำไรสู่สังคม ช่วยเหลือคนด้อยโอกาส บริจาคเงินสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน วัด ให้ทุนการศึกษา ฯลฯ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง
ปรัชญาชีวิตและแรงบันดาลใจ
เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเจริญ สิริวัฒนภักดี คือปรัชญาชีวิตที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง “อดทน เสียสละ เงียบ และร่าเริง” คำสั้นๆ 4 คำนี้ ได้กลายเป็นเข็มทิศนำทางในการดำเนินชีวิตและธุรกิจของเขามาตลอดหลายทศวรรษ และยังคงถ่ายทอดสู่คนรุ่นต่อไป
จากเด็กชายที่เติบโตมาจากครอบครัวผู้ค้าหอยทอด สู่การเป็นมหาเศรษฐีระดับโลก เขายังคงยึดมั่นในความเรียบง่ายและการทำประโยชน์เพื่อสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ของปรัชญาที่เขายึดถือ

ปรัชญา ความเชื่อ และคติประจำใจ
หลักคิดสำคัญ
- “อดทน เสียสละ เงียบ และร่าเริง” เป็นสี่คำที่ยึดถือในการดำเนินชีวิต
- อดทนทำให้สำเร็จ เสียสละทำให้พ้นภัย การนิ่งเงียบทำให้มีสติ ร่าเริงทำให้สุขภาพดี
- “สุขภาพเป็นของเราเอง เงินทองเป็นของคนอื่น อำนาจเป็นเรื่องชั่วคราว ชื่อเสียงเป็นเรื่องชั่วนิรันดร์”
แนวคิดในการทำธุรกิจ
- ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์และจริยธรรม
- มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน
- สร้างประโยชน์แก่สังคมควบคู่กับการทำธุรกิจ
หลักการดำเนินชีวิต
- รักษาความเรียบง่ายแม้จะประสบความสำเร็จ
- ให้ความสำคัญกับครอบครัวและการสืบทอดธุรกิจ
- มีความรับผิดชอบต่อสังคม
วลีสร้างแรงบันดาลใจ
- “ความสำเร็จไม่ได้มาจากการทำตามใจตัวเอง แต่มาจากการรู้จักเสียสละ”
- “การทำธุรกิจต้องมองไกลและคิดใหญ่ แต่ต้องเริ่มจากจุดเล็กๆ”
- “ความสำเร็จที่แท้จริงต้องสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นด้วย”
อุปสรรคและบทเรียนชีวิต
แม้จะเป็นมหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จระดับโลก แต่เส้นทางชีวิตของเจริญ สิริวัฒนภักดี ก็เต็มไปด้วยอุปสรรคและความท้าทายมากมาย จากวิกฤตต้มยำกุ้งที่ทำให้ต้องสูญเสียธนาคารมหานคร ไปจนถึงวิกฤตโควิด-19 ที่กระทบธุรกิจโรงแรมและค้าปลีกอย่างรุนแรง
แต่ด้วยความอดทนและความสามารถในการปรับตัว ทำให้เขาสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นบทเรียนอันล้ำค่าในการพัฒนาธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ความล้มเหลว ความผิดพลาดและบทเรียนชีวิต
วิกฤตสำคัญ
วิกฤตต้มยำกุ้ง พ.ศ. 2540
- สูญเสียธนาคารมหานคร
- ต้องปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่
- เรียนรู้การบริหารความเสี่ยง
วิกฤตโควิด-19
- ผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมและค้าปลีก
- ปรับตัวสู่ดิจิทัลและช่องทางออนไลน์
- เน้นการช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤต
การเอาชนะอุปสรรค
- ใช้ความอดทนและความมุ่งมั่น
- ปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้เหมาะสม
- รักษาความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจ
จุดเปลี่ยนในชีวิต
เหตุการณ์สำคัญ
- การเข้าสู่ธุรกิจสุรา
- การก่อตั้งไทยเบฟเวอเรจ
- การขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ
ผลกระทบจากเหตุการณ์
- เกิดการเปลี่ยนแปลงในการบริหารธุรกิจ
- พัฒนาวิสัยทัศน์ระดับสากล
- สร้างโอกาสในการเติบโตใหม่ๆ
บทสรุป
เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทางชีวิตของเจริญ สิริวัฒนภักดี เราจะเห็นภาพของชายผู้ที่เริ่มต้นจากศูนย์ ด้วยการเป็นเพียงเด็กขายสลากกินแบ่งที่จบการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แต่ด้วยปรัชญาชีวิต “อดทน เสียสละ เงียบ และร่าเริง” ผสานกับวิสัยทัศน์ทางธุรกิจที่กว้างไกล ทำให้เขาสามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจระดับโลกได้สำเร็จ ผ่านการเผชิญอุปสรรคและวิกฤตมากมาย
ทั้งวิกฤตต้มยำกุ้งและโควิด-19 แต่ทุกความท้าทายกลับกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่หล่อหลอมให้เขาเป็นนักธุรกิจที่แข็งแกร่งและเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง ไม่เพียงแค่การสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเองและครอบครัว แต่เขายังมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง
ข้อคิดที่ได้จากชีวิต
- ความสำเร็จมาจากความมุ่งมั่นและความอดทน
- การรักษาจริยธรรมในการทำธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ
- ต้องพร้อมปรับตัวและเรียนรู้ตลอดเวลา
- การเริ่มต้นจากศูนย์ไม่ใช่อุปสรรคของความสำเร็จ
- การสร้างพันธมิตรและเครือข่ายทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ
- ความล้มเหลวคือบทเรียนที่มีค่าในการพัฒนาธุรกิจ
- การรักษาความเรียบง่ายแม้ประสบความสำเร็จ
- การตอบแทนสังคมควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ
อนาคต
- วางแผนสืบทอดธุรกิจสู่รุ่นต่อไป
- พัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืน
- ขยายการลงทุนในระดับภูมิภาค
- พัฒนาธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ
- สร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในทุกธุรกิจ
- ขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดและรักษาสิ่งแวดล้อม
- เพิ่มบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน
- สร้างโอกาสการเติบโตให้กับคนรุ่นใหม่ในองค์กร
อิทธิพลต่อสังคมและเศรษฐกิจ
- สร้างการจ้างงานและพัฒนาเศรษฐกิจ
- สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม
- เป็นต้นแบบนักธุรกิจไทยที่ประสบความสำเร็จ
ภาคผนวก
เกร็ดความรู้เพิ่มเติม
- มีความเรียบง่ายในการดำเนินชีวิต แม้จะเป็นมหาเศรษฐี
- ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานและสังคม
- เน้นการส่งต่อค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรสู่รุ่นต่อไป
แหล่งอ้างอิง
- วิกิพีเดีย. (2024). เจริญ สิริวัฒนภักดี. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2024, จาก https://th.wikipedia.org/wiki/เจริญ_สิริวัฒนภักดี
- Forbes. (2024). Charoen Sirivadhanabhakdi. Forbes Real-Time Billionaires List. Retrieved January 9, 2024, from https://www.forbes.com/profile/charoen-sirivadhanabhakdi/
- THE101. (2021). บทสัมภาษณ์พิเศษ: เจริญ-ฐาปน สิริวัฒนภักดี. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2024, จาก https://www.the101.world/charoen-thapana-sirivadhanabhakdi-interview/
- ไทยรัฐออนไลน์. (2021). เส้นทางความสำเร็จ “เจริญ สิริวัฒนภักดี”. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2024, จาก https://www.thairath.co.th/news/politic/160197
- Facebook Workpoint Today. (2021). เปิดประวัติ “เจริญ สิริวัฒนภักดี” มหาเศรษฐีผู้สร้างอาณาจักรไทยเบฟ [วิดีโอ]. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2024, จาก https://www.facebook.com/watch/?v=1981332192304097

